วันจันทร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2554

ทำไม? ผลการเรียนรู้ของนักเรียนไทยตกต่ำอย่างต่อเนื่อง


จากผลการทดสอบระดับชาติของนักเรียนไทย ผลการทดสอบสะท้อนให้เห็นว่า ผลการสอบของนักเรียนไทยโดยภาพรวมมีแนวโน้มตกต่ำลงโดยตลอด นับเป็นสิ่งที่น่าวิตกกังวลอย่างยิ่ง คำถามที่ตามมามีประเด็นที่น่าสนใจว่า - ทำไมรัฐลงทุนกับการศึกษามาเป็นอันดับหนึ่งมาโดยตลอด ทำไมผลการศึกษาจึงสะท้อนถึงความอ่อนด้อยด้านประสิทธิภาพต่ำลงเรื่อยๆ

ประเด็นแรก การปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง เชื่อว่า ปัญหาที่จะคงอยู่ต่อไปอีก คือ ปัญหาการจัดการเรียนการสอนแบบยึดผู้เรียนเป็นสำคัญยังจะไม่บรรลุเป้าหมายอย่างแท้จริง เพราะหากระบบการผลิตและพัฒนาครู ทั้งครูใหม่และครูเก่า ไม่สามารถเปลี่ยนกระบวนทัศน์รวมถึงความเชื่อของครูและผู้บริหารการศึกษา ให้เข้าใจและยอมรับว่า การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นให้ผู้เรียนมีโอกาสเรียนรู้ด้วยตนเองให้มากขึ้น ออกแบบกิจกรรมที่มองเห็นและเข้าใจในศักยภาพที่มีอยู่อย่างเต็มเปี่ยมในตัวนักเรียน เพียงแต่รอ "ครูมืออาชีพ" ที่จะจัดกิจกรรมที่เชื่อมั่นในศักภาพว่านักเรียนเรียนรู้เองได้ โดยไม่จำเป็นต้องมานั่งฟังครูพูดให้ฟังบ้าง บ่นให้ฟังบ้าง ขังลืมไว้ในห้องเรียนเพราะครูไปประชุม ฯลฯ
ประเด็นที่สอง สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ(สทศ) เป็นหน่วยงานทางวิชาการที่มีความเชี่ยวชาญในการออกข้อสอบ โดยไม่ต้องสงสัยเลยว่า ข้อสอบมันยากไปหรือเปล่า ข้อสอบมันดีจริงหรือเปล่า สิ่งต่างๆ เหล่านี้่ ผมอยากจะให้ท่านเชื่อได้เลยว่า เรื่องนี้เป็นวิชาการที่มันสามารถพิสูจน์ได้ ตรวจสอบได้ด้วยหลักวิชาการอย่างมีระบบ แต่สิ่งที่เป็นประเด็นปัญหาสำคัญ คือ สทศ.ออกข้อสอบโดยยึดหลักสูตรแกนกลาง โดยเน้นการวัดในสิ่งที่เป็น ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง (Learning Outcome) ซึ่งเป็นสมรรถนะในระดับสูง ที่ไม่ใช่เพียงแค่การเรียนรู้ในระดับธรรมดา แต่การจัดการเรียนการสอนของครู ยังไม่สามารถจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่สามารถพัฒนาสมรรถนะในระดับสูงให้เกิดขึ้นในตัวผู้เรียนได้ เช่น การคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การตัดสินใจแก้ปัญหาโดยใช้ข้อมูลอย่างรอบด้าน ฯลฯ ดังนั้น เมื่อครูจัดการเรียนการสอนในระดับที่ไม่บรรลุตามหลักสูตรแกนกลาง แต่ สทศ.ในฐานะนักวิชาการวัดผลที่ออกข้อสอบอย่างมืออาชีพ แน่นอนผลการทดสอบย่อมสะท้อนผลการวัดที่แท้จริงออกมาได้อย่างแน่นอน นี่คือ ความจริงที่ไม่น่าจะต้องกลับไปตั้งข้อสังเกตว่า สทศ.ออกข้อสอบยากไปไหม
ประเด็นที่สาม มีข้อสังเกตอีกประการ คือ ทุกวันนี้ มีครูประจำการจำนวนมากที่ได้การเลื่อนวิทยะฐานะกันมากมาย ประเทศต้องจ่ายเงินค่าตำแหน่งมากมาย แต่ผลลัพธ์ที่สะท้อนความเป็นครูมืออาชีพ ยัง "ไม่สมราคา" ยิ่งระหว่างทำผลงานวิทยะฐานะ ครูจะมุ่ง ทุ่มเททำแต่ผลงาน ซึ่งจริงงานจะต้องเกิดจากการพัฒนานักเรียน แต่นี่ไม่ไช่ การณ์กลับเป็นครูยิ่งเลื่อนวิทยะฐานะมากมาย ครูกลับสอนแย่ลง ครูทิ้งชั้นเรียน สิ่งที่เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ต้องเร่งแก้ปัญหาหรือผ่าตัดใหญ่ นอกเหนือจากการทำผลงานก็มีการลอกกัน จ้างกันทำ มุ่งแต่ "เงิน" แต่ไม่ตอบโจทย์คุณภาพเลย


       ทำอย่างไรปัญหานี้จะหมดไป กระทรวงศึกษาธิการ โดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ คนใหม่ จะมีกลยุทธ์ที่เฉียบคมเพียงใด คงต้องรอและนับเป็นกรรมของประเทศไทย รัฐมนตรีก็เปลี่ยนตัว เปลี่ยนแนวคิด ไม่เคยมีความต่อเนื่องทางนโยบายเท่าที่ควร หากนโยบายดีก็ทำได้แค่สั้นๆ เฝ้ารอกันต่อไป