วันอังคารที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2553

โครงการรายการโทรทัศน์ครู

โครงการโทรทัศน์ครู (Teacher TV.) เป็นแหล่งเรียนรู้เพื่อครูไทย มีเป้าหมายหลัก คือ
การผลิตรายการโทรทัศน์คุณภาพสูง เพื่อนำเสนอการปฏิบัติที่ดี (Good practice) ทั้งด้าน การจัดการเรียนรู้ ด้านการบริหารการศึกษา และการแก้ปัญหาอื่นๆในระบบการศึกษา ผลกระทบ (Impact) ที่คาดหวังจะเกิดข้นคือ การสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ ชมรายการ เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ได้แนวคิดใหม่ๆหรือแนวทางบริหารจัดการ การแก้ไขปัญหาการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ความสำเร็จของโครงการโทรทัศน์ครู อยู่ที่คุณภาพของการผลิตรายการ นับตั้งแต่ การวิเคราะห์นโยบายและปัญหาความจำเป็นทางการศึกษาของประเทศ เพื่อนำไปกำหนดทิศทางของสาระ การผลิตรายการที่สะท้อนปัญหา นอกจากนั้นคุณภาพทางด้านการสื่อสาร สร้างสรรค์รายการ การถ่ายทำ การตัดต่อ เป็นหัวใจที่สำคัญยิ่งที่ต้องใช้มืออาชีพ (Professional) ในการผลิตรายการ
ปัจจัยที่ทำให้รายการโทรทัศน์ครูจะประสบความสำเร็จ ประกอบด้วย
1. การถ่ายทำจะกระทำระดับคุณภาพการออกอากาศ (Broadcast Quality)
2. ถ่ายทำจากสถานที่จริง บรรยากาศการเรียนการสอนจริง มิใช่การจัดฉาก
3. ความยาวของรายการ 7-15 นาที เป็นการสรุปประเด็นที่สั้น กระชับ จับประเด็นที่
ชัดเจน แต่ละตอนสอดคล้องกับวิถีชีวิตของครู และบุคลากรทางการศึกษาที่มีงานต้องทำมากมาย แต่มีเวลาจำกัด
4. การถ่ายทำมุ่งนำเสนอสิ่งที่สามารถเร้าใจ สร้างแรงบันดาลใจให้ครูและบุคลากร
ทางการศึกษา เห็นตัวอย่างของการปฏิบัติที่ชัดเจน เป็นไปได้ และนำไปปฏิบัติตามได้ในทันที
5. การถ่ายทำมุ่งนำเสนอ กระตุ้นเร้า ให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาเกิดการปรับเปลี่ยน
พฤติกรรม การจัดการเรียนการสอน การบริหารการศึกษา ของตนอย่างยั่งยืน
6. มุ่งนำเสนอแนวการปฏิบัติที่ดี (Good practice) ภายใต้บริบทและสภาพแวดล้อมที่
เป็นไปได้จริง เช่น การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของโรงเรียนขนดเล็ก ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล แต่มีวิธีการแก้ปัญหาที่ดี ประสบความสำเร็จ

โครงการโทรทัศน์ครู เริ่มต้นที่ประเทศอังกฤษ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2548 โดยรัฐบาล
อังกฤษ ได้ใช้รูปแบบการบริหารโครงการ แบบภาคเอกชน โดยเริ่มต้นให้บริษัทเอกชนที่มีประสบการณ์ด้านการศึกษา เสนอแนวคิดและการพัฒนาโครงการโทรทัศน์ครู โดยแต่ละบริษัทจะต้องเสนความพร้อมทั้งด้าน ความร่วมมือกับองค์กรทางวิชาการ ไม่ว่าจะเป็น สถาบันอุดมศึกษา และสมาคมวิชาชีพต่างๆ จากนั้นรัฐบาลจึงตัดสินใจเลือกบริษัท ซึ่งการทำงานจะมีลักษณะของการให้อำนาจการทำงานแบบเบ็ดเสร็จในตัว แต่มีเป้าหมายความสำเร็จ เป็นสิ่งท้าทายความสามารถของทีมงาน
กรณีของประเทศไทย โครงการโทรทัศน์ครูได้ริเริ่มโดย สำนักงานคณะกรรมการการ
อุดมศึกษา (สกอ.) มีแนวคิดจะให้มีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ และได้เรียนรู้บทเรียนจากประเทศอังกฤษ รวมทั้งนักวิชาการและนักสื่อสารมวลชนทั้งหลาย ยอมรบกันทั่วไปว่า การพัฒนาโครงการโทรทัศน์ครู จำเป็นต้องพึ่งพาประสบการณ์ ความเป็นมืออาชีพของภาคเอกชน มาร่วมงาน
สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)ได้จัดให้มีการประชุม สัมมนา กรณี
โครงการโทรทัศน์ครู อย่างน้อย 2-3 ครั้ง ทั้งเป็นทางการและไม่เป็นทางการ มีการกำหนดแนวคิดการบริหารโครงการว่า กรณีประเทศไทยนั้น จำเป็นต้องอาศัยสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งมีระเบียบว่าด้วยการบริหารวิชาการ สามารถจัดการดำเนินงานร่วมกับภาคเอกชนได้
มหาวิทยาลัยบูรพา โดยคณะศึกษาศาสตร์ ได้รับการทาบทามให้ ริเริ่มพัฒนาโครงการ
โทรทัศน์ครู เมื่อประมาณปลายเดือนตุลาคม 2552 อย่างไม่เป็นทางการ หลังจากนั้น คณะศึกษาศาสตร์จึงได้พยายาม ศึกษาแนวทางการดำเนินงาน ซึ่งต้องยอมรับว่า เป็นเรื่องใหม่สำหรับการศึกษาไทย และกรอบภาระงานมีมากมาย เทียบเท่ากับการจัดตั้งหรือบริหารสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง เพราะต้องมีการวางแผนตั้งแต่กำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ ยุทธศาสตร์ เป้าประสงค์ แผนปฏิบัติการ ฝ่ายผลิตรายการ ฝ่ายการตลาดและการประชาสัมพันธ์ ฝ่ายการสร้างเครือข่ายชุมชนครู ฝ่ายติดตามและประเมินผล ช่องทางการเผยแพร่มีทั้ง การเช่าช่องสัญญาณดาวเทียม ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อออกอากาศ การออกอากาศผ่านฟรีทีวี (ขณะนี้เป้าหมายจะออกทางทีวีไทย (Thai PBS)) การเผยแพร่ผ่านอินเตอร์เน็ต (IPTV) การสำเนาแผ่นDVDเผยแพร่แก่โรงเรียนที่ห่างไกลในชนบท การวางแผนการตลาดและการประชาสัมพันธ์
คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา จึงเริ่มต้นตั้งคณะกรรมการพิจารณาคัดสรร
บริษัทเอกชนที่จะมาพัฒนาโครงการร่วมกับคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา (ตามคำสั่ง คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ที่ 241 /2552 ลงวันที่ 11 ธันวาคม 2552)
การคัดเลือกบริษัทครั้งนี้ เป็นการดำเนินการตามระเบียบบริการวิชาการ ซึ่งคณะศึกษาศาสตร์ ก็ได้มีกระบวนการคัดเลือกบริษัทที่มีผลงานด้านการผลิตรายการ รวมถึงการมีผลงานทางด้านการทำงานด้านการศึกษามาก่อน มีหลักเกณฑ์การพิจารณา 4 ด้าน คือ
1. ประสบการณ์ในการทำการตลาดและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาโดยเฉพาะ
การสร้างเครือข่ายชุมชนครู
2. ประสบการณ์ในการผลิตรายการทางการศึกษาและการให้ความรู้ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การพัฒนาวิชาชีพครู
3. ศักยภาพในการจัดหารายการเพื่อการเผยแพร่จำนวนมากพอและหลากหลาย
4. ประสบการณ์ในการบริหารสถานีโทรทัศน์และสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ (Interactive Website) ที่เกี่ยวกับการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิชาชีพครู
การพิจารณาคัดเลือก มีบริษัทขนาดใหญ่ที่มีทุนจดทะเบียนมากกว่า100 ล้านบาทขึ้นไป
ได้รับการพิจารณา จำนวน 4 บริษัท โดยแต่ละบริษัทมีข้อมูลที่เปิดเผยทั่วไปและสามารถตรวจ สอบได้จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ผลการพิจารณาพบว่า บริษัท ปิโก้ ประเทศไทย(มหาชน) จำกัด เป็นบริษัทที่ได้รับคัดเลือก
ได้รับคะแนนสูงสุด และเป็นบริษัทที่มีผลงานทางด้านการจัดกิจกรรมทางการศึกษาในระดับชาติมาก่อน อย่างชัดเจน
คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา จึงมีหนังสือสรุปนำเสนอขออนุมัติผลการ
พิจารณาอย่างเป็นทางการ ต่ออธิการบดี (ตามหนังสือที่ ศธ 0528.09/2541 ลงวันที่ 15 ธันวาคม 2552) จากนั้น คณะศึกษาศาสตร์ จึงได้ลงนาม บันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนาโครงการโทรทัศน์ครูร่วมกันกับ บริษัท ปิโก้ (ประเทศไทย) จำกัด ดังนั้นการได้มาซึ่งของบริษัทที่มาร่วมงานครั้งนี้ จึงมีกระบวนการคัดสรรภายใต้เงื่อนไขของระเบียบบริการวิชาการ
การบริหารโครงการโทรทัศน์ครู จะเป็นการเรียนรู้การบริหารโครงการขนาดใหญ่ ที่มี
ลักษณะภาครัฐร่วมมือกับภาคเอกชน เป็นการบริหารจัดการแบบ Cost plus กล่าวคือ การบริหารโครงการภาพรวมและการกำหนดแนวคิด นโยบายด้านวิชาการคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา จะเป็นผู้กำหนดทั้งหมด ส่วนภาคปฏิบัติด้านการผลิตรายการ การดำเนินงานด้านการตลาด การประชาสัมพันธ์ การลงพื้นที่เพื่อสร้างเครือข่ายครู บริษัทจะรับเป็นผู้จัดการ (Organizer) โดยคิดเป็นค่าต้นทุน (Cost) บวกกับค่าบริหารจัดการ
คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา คาดหวังว่าการปฏิบัติงานตามโครงการโทรทัศน์ครู
ครั้งนี้ จะสร้างนวัตกรรมการพัฒนาวิชาชีพครู ด้วยรายการโทรทัศน์ครูอย่างต่อเนื่อง จะเกิดผลกระทบในวงกว้างต่อวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงการสร้างนวัตกรรมทางการบริหารโครงการแบบภาครัฐร่วมเอกชนด้วย
คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ตระหนักอย่างยิ่งถึงความโปร่งใส ตรวจสอบได้
ของการบริหารโครงการในทุกขั้นตอน พร้อมที่จะรับการตรวจสอบ และมีความสำนึกเสมอว่างบประมาณเหล่านี้เป็นเงินภาษีอากรของประชาชนชาวไทยทุกคน
การบริหารโครงการโทรทัศน์ครู คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา จะใช้อาคาร
ศาสตราจารย์ประยูร จินดาประดิษฐ์ ชั้น 6 เป็นที่ทำการ ส่วนการจัดการด้านการเงิน ได้รับความร่วมมือจากกองคลัง มหาวิทยาลัยบูรพา เป็นผู้ดูแลและจัดการระบบบัญชีควบคุมรายจ่ายทั้งหมด
โครงการโทรทัศน์ครู มีความยินดีที่จะให้ข้อมูลข่าวสาร แก่ทุกคนอย่างเต็มที่ และโปรด
เชื่อมั่นและมั่นใจ ในความบริสุทธิ์ใจของคณะทำงานทุกคน และขอเชิญร่วมเยี่ยมชมเว็บไซต์ สมัครเป็นสมาชิกรายการได้ที่ http://www.thaiteachers.tv



888888888888888888888888888888888888888