วันศุกร์ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2553

แนวทางการใช้ประโยชน์จากรายการโทรทัศน์ครู(๑)

รายการโทรทัศน์ครู ถือว่าเป็นแหล่งรวมการปฏิบัติที่ดีด้านการจัดการเรียนการสอนไว้เป็นอย่างดี ครูที่ปฏิบัติการการสอนควรที่จะใช้ประโยชน์จากรายการโทรทัศน์ครูเหล่านี้ แนวทางการใช้ประโยชน์จากรายการ ที่จะขอแนะนำในครั้งนี้ คือ การชมรายการที่ออกแบบการเรียนการสอนในวิชาใดวิชาหนึ่ง เมื่อคุณครูชมแล้ว พยายามลองวิเคราะห์การสอนของคุณครูที่สอนในรายการโทรทัศน์ครูนั้นว่า มีจุดแข็งเรื่องอะไรบ้างที่ทำให้เขาจึงได้ถูกนำมาบันทึกไว้ในรายการโทรทัศน์ครู และความโดดเด่นของคุณครูในรายการโทรทัศน์นั้น ท่านมีความเห็นต่อการสอนของเขาอย่างไร หากเป็นท่านจะดำเนินการอย่างใด  และในการสอนครั้งนี้ อะไรคือจุดอ่อนของคุณครูในรายการโทรทัศน์ครูมากที่สุด

นำประเด็นที่ได้วิเคราะห์มาแล้วเบื้องต้น นำมาแลกเปลี่ยนกับผมได้ครับ ยินดีอย่างยิ่งที่หากจะมีคุณครูมาถกเถียงกันเรื่องการจัดการเรียนการสอนครับ หากทำได้ลักษณะนี้ จะนำไปสู่การวิจัยได้ในอนาคตครับ

ขอเป็นกำลังใจครับ

สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๔

เรียน สมาชิกชาวโทรทัศน์ครูทุกท่าน

เนื่องในวาระโอกาสอันเป็นมงคล ที่จะเริ่มศักราชใหม่แห่งปี "กระต่าย" พุทธศักราช ๒๕๕๔ ขอให้ปีใหม่นี้จงเป็นปีแห่งความสำเร็จ ความสมหวัง ความรุ่งเรือง ความก้าวหน้ามีพลังสติปัญญาอันเฉียบแหลม พลังกายที่แข็งแรง สุขภาพที่สมบูรณ์ มีความสุข สนุก สดชื่น สมหวังในสิ่งที่ถูกต้องตามธรรม ตลอดปี พุทธศักราช ๒๕๕๔ และตลอดไป

หวังว่าทุกท่านคงจะร่วมมือกันพัฒนานวัตกรรมการศึกษา "โทรทัศน์ครู" ด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจบนพื้นฐานของการทำงานที่ดีมีธรรมาภิบาลร่วมกันอย่างสร้างสรรค์จนประสบความสำเร็จตามเป้าหมายของโครงการ

ด้วยความมุ่งมั่นและปรารถนาดีอย่างจริงใจ

รศ.ดร.มนตรี  แย้มกสิกร
ผู้อำนวยการโครงการโทรทัศน์ครู

วันพุธที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ปัจจัยความสำเร็จของการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง

การปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง ที่รัฐบาลได้ประกาศดำเนินการตั้งแต่บัดนี้นั้น แต่สิ่งที่สะท้อนถึงคุณภาพการศึกษาไทย มีแนวโน้มเริ่มต้นไม่ดีตั้งแต่ต้น สิ่งที่จะพบได้ทันที คือ ผลการประเมิน PISA2009 จะพบว่าโดยภาพรวมประเทศไทยมีคุณภาพการศึกษาลดลงเมื่อเทียบกับเมื่อ ๑๐ ปีที่ผ่านมาอย่างชัดเจน จำนวนเงินที่ใช้เพื่อจัดการศึกษาก็สูงแต่ผลตอบแทนไม่สูงตาม

ปัจจัยสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จอย่างแน่นอน คือ "ครู" เพราะครูจะเป็นผู้ที่จะสร้างสรรค์ พัฒนาผู้เรียนได้อย่างใกล้ชิดที่สุด ประสิทธิภาพจะเกิดขึ้นก็ต้องเกิดขึ้นจากผู้เรียน การมุ่งพัฒนาแต่กายภาพ ทาสีตึก เพิ่มจำนวนเครื่องคอมพิวเตอร์ สนามหญ้าสวยงาม แต่ผู้เรียนไม่ได้รับการส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้อย่างเต็มที่ การจะเปลี่ยนแปลงคุณภาพการศึกษาก็คงเป็นไปได้ยาก

ในระยะเวลาที่ผ่านมานับสิบปี ประเทศไทย ยังไม่พบว่ามีรัฐบาลชุดใดที่จะสนใจมุ่งพัฒนาที่ครู ส่งเสริมให้ครูพัฒนาการจัดการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพ  การพัฒนาวิชาชีพครูในด้านการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่องจะเป็นหนทางที่ถูกต้องที่สุด

โทรทัศน์ครู เป็นนวัตกรรมการศึกษาที่จะช่วยยกระดับการจัดการเรียนรู้ของครูให้มีประสิทธิภาพขึ้นได้อย่างแน่นอน

วันอังคารที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2553

การเชิญชวนให้ใช้ประโยชน์จากรายการโทรทัศน์ครู

ผมได้มีโอกาสไปบรรยายเพื่อเชิญชวนให้ครู นักศึกษาครู ผู้บริหารได้ใช้ประโยชน์จากรายบการโทรทัศน์ครู จำนวน ๓ ครั้ง ดังนี้
๑. วันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๓ เวลา ๐๙.๐๐-๑๐.๓๐ น. บรรยายที่คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ มีนักศึกษาและคณาจารย์เข้าร่วมฟังประมาณ ๖๐ คน
๒. วันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ - ๑๔.๐๐ น. ณ โรงแรมโลตัส ปางสาวนแก้ว โดยมีผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมศึกษาทั่วประเทศ จำนวนประมาณ ๒,๓๐๐ คนเศษเข้ารับฟัง
๓. วันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๖.๐๐-๑๗.๐๐ น. ณ โรงเรียนรัตนโกสิทร์สมโภช จตุจักร มีครูเข้าฟังประมาณ ๔๐ คน

แต่เท่าที่ประเมินแล้วพบว่า ผู้บริหารระดับนโยบายก็ยังไม่มีความเข้าใจและยังมองไม่เห็นว่าปัจจัยสำคัญที่สุด คือ ครู แต่นโยบายส่วนใหญ่ก็ยังเล่นเรื่อง กายภาพ คอมพิวเตอร์ ต้นไม้ใบหญ้า เสียส่วนใหญ่

วันอังคารที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2553

งานอุดมศึกษาร่วมสร้างประเทศไทยน่าอยู่ - ๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๓

สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา จัดงานปฏิรูปอุดมศึกษา ปฏิรูปประเทศไทย ระหว่างวันที่ ๑๓-๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๓ ณ ห้องบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลลาดพร้าว มีการจัดกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ การจัดแสดงการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่เกี่ยวกับ TQF  หน่วยบ่มเพาะวิสาหกิจ  การจัดรายวิชาศึกษาทั่วไป นิทรรศการผลการดำเนินงานของ สกอ. รวมถึงโครงการโทรทัศน์ครู ในช่วงเวลา ๑๐.๔๕ - ๑๒.๐๐ น. ห้องประชุม ๔-๗ มีการอภิปราย เรื่อง โทรทัศน์ครู มีผู้ร่วมอภิปรายประกอบด้วย รศ.ดร.มนตรี  แย้มกสิกร  อ.วัลยา  นิหมัด ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านรถไฟ บางละมุง  อ.ชาคริต  หะซัน อาจารย์โรงเรียนบ้านรถไฟ  นายบุญนิธิ  ดัสกุล นิสิตฝึกสอนของ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร โดยมี ดร.อุบลวรรณ จาก คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นผู้ดำเนินรายการ มีผู้สนใจเข้าฟังจำนวนประมาณ ๑๐๐ คนเศษ ที่น่าประทับใจ คือ ดร.ชุมพล  พรประภา ท่านสนใจโครงการโทรทัศน์ครูมาก ให้คำแนะนำที่ดีมาก นอกจากนั้น ยังมีผู้อำนวยการโรงเรียน ครู ผู้ปกครอง ให้กำลังใจอีกมากนับเป็นสิ่งที่น่าชื่นใจ ทุกคนเสนอแนะให้ประสานงานกับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อขอความร่วมมือใกนการขับเคลื่อนเชิงนโยบายให้ครูทั้งประเทศได้ใช้ประโยชน์จากรายการโทรทัศน์ครู

คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา พร้อมน้อมรับคำเสนอแนะและจะพยายามอย่างที่สุดในการดำเนินงานให้เต็มกำลังความสามารถ

วันจันทร์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2553

กิจกรรม "ไม้เรียวเกม" ครั้งที่ ๑๒ ณ มหาวิทยาลัยบูรพา




มโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนของครูและนักวิชาการไทย: ศถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง

ปัจจุบันครูและนักวิชาการจำนวนมาก กำลังมัวเมากับความพยายามในการทำผลงานเพื่อขอเลื่อนวิทยะฐานะเป็น "ชำนาญการพิเศษ" "เชี่ยวชาญ" "เชี่ยวชาญพิเศษ" โดยเป็นการทำวิจัย สร้างผลงานวิชาการ กันมากมาย แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วง คือ การจ้างทำผลงาน การคัดลอกผลงาน การดัดแปลงผลงาน ทำกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน นอกเหนือจากพฤติกรรมอันไม่เหมาะสมที่กล่าวมาแล้วทั้งหมดนั้น ยังมีสิ่งที่น่าเป็นห่วงอีกประการหนึ่ง คือ การที่ครูและนักวิชาการ (รวมถึงคนที่รับจ้างทำผลงาน)มีมโนทัศน์ (concept) ที่คลาดเคลื่อนอย่างมาก อาทิ ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการประเมินประสิทธิภาพสื่อ E1/E2 กับ 80/80 หรือ 90/90 การสร้างผลงานที่เป็นแบบเดียวกัน สร้างพัฒนาสื่อ หาประสิทธิภาพสื่อ วัดความพึงพอใจของนักเรียน เช่นนี้เป็นต้น  นอกจากนั้น ยังมีกรณีการวิจัยอื่นๆ อีกหลายประการ สิ่งเหล่านี้ ครูและนักวิชาการที่ทำผลงานควรต้องตระหนักถึง "ความหายนะ" ของประเทศที่จะต้องจ่ายเงินเพื่อแลกกับสิ่งที่เป็น "คุณภาพจอมปลอม" - น่าเศร้า น่าสงสารประเทศไทย น่าสงสารคนไทยที่ต้องจ่ายภาษีมาให้คนโกงทางวิชาการ

วันอาทิตย์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2553

งานโสตฯ-เทคโนฯ สัมพันธ์ ครั้งที่ ๒๕ ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

คณะครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ ที่เปิดสอนสาขาวิชาเทคโนโลยีทางการศึกษา และ/หรือคอมพิวเตอร์ศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา ได้ร่วมกันจัดงาน "โสตฯ-เทคโนฯ สัมพันธ์แห่งประเทศไทย" ครั้งที่ ๒๕ ระหว่างวันที่ ๑๐-๑๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ณ อาคารสารนิเทศ๕๐ ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีนิสิต นักศึกษา จากประมาณ ๒๕ สถาบันเข้าร่วม สำหรับเจ้าภาพในครั้งที่ ๒๖ พ.ศ.๒๕๕๔ คือ มหาวิทยาลัยราชภัฎ นครราชสีมา และครั้งที่ ๒๗ พ.ศ.๒๕๕๕ คือ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ปัตตานี

ไม้เรียวเกม ครั้งที่ ๑๒ ณ มหาวิทยาลัยบูรพา

คณะครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และมหาวิทยาลัยบูรพา ได้ร่วมกันจัดกีฬาสัมพันธ์ "ไม้เรียวเกม" ครั้งที่ ๑๒ ระหว่างวันที่ ๑๐-๑๒ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๓ นอกจากเกมกีฬาแล้ว ยังมีกิจกรรมการแนะนำโทรทัศน์ครู มีนิสิต นักศึกษา สมัครสมาชิกมากกว่า ๑,๐๐๐ คน ทุกคนมีความสุขสนุกสนานและสร้างสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน นับเป็นกิจกรรมที่สร้างสรรค์ของนิสิต นักศึกษาครู ๕ มหาวิทยาลัย

การเฉลิมฉลองคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม

ผมได้ไปบรรยาย เรื่อง ครูไทยในทศวรรษหน้า รวมทั้งโทรทัศน์ครู มีคณาจารย์ และนักศึกษาเข้าฟังประมาณ ๔๐๐ คน พร้อมกันนั้น มีการรับสมัครสมาชิกโทรทัศน์ครู ผลตอบรับทุกคนให้ข้อคิดที่ดีมากๆ ขอบคุณมาก

วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2553

สกอ.ย้ำปรับหลักสูตรครู ป.โทต้องได้มาตรฐาน นัดถกร่วมคุรุสภาหาข้อสรุป

สกอ.ย้ำไม่ขัดข้องปรับหลักสูตรครู 6 ปี, 4+2 ปี เป็น ป.โท แต่ต้องสอดคล้องปรัชญาการศึกษาหลักสูตรมหาบัณฑิต จัดหลักสูตรให้ได้มาตรฐาน เตรียมถกร่วมคุรุสภาถึงแนวทางที่ชัดเจนอีกครั้งปลาย ต.ค.นี้ ชี้หลักสูตร 6 ปี ไม่จำเป็นต้องเป็น ป.โท เสมอไป




วันนี้ (20 ต.ค.) นพ.กำจร ตติยกวี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เปิดเผยผลการประชุมทบทวนกรอบมาตรฐานคุณวุฒิ (TQF) สาขาวิชาครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ว่า ตนได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องจากสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ และสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการปรับหลักสูตรครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ โดยเบื้องต้นเห็นตรงกันในการปรับหลักสูตร จากหลักสูตร 5 ปีเป็นหลักสูตร 6 ปี โดยนักศึกษาครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ต้องเรียน 6 ปี ส่วนนักศึกษาที่จบจากสาขาวิชาอื่น เช่น วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ จะต้องเรียนหลักสูตร 4+2 ปี และหากจะให้เป็น ป.โท ก็ต้องดำเนินการให้ได้ตามปรัชญาการศึกษาของหลักสูตรมหาบัณฑิตและต้องสามารถจัดหลักสูตรให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ด้วย ถ้าทำได้เช่นนั้น สกอ.ก็ไม่ขัดข้องที่จะให้หลักสูตร 4+2 ปีเป็นหลักสูตร ป.โท แต่ขณะนี้สภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ยังไม่ได้แนวทางที่ชัดเจน ซึ่งต้องหารือร่วมกับคุรุสภาอีกครั้งในปลายเดือน ต.ค.นี้





“ส่วนตัวมองว่าการปรับหลักสูตรครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ควรต้องมองปรัชญาของการศึกษาเพราะการจัดการศึกษาระดับ ป.ตรี และป.โท มีปรัชญาที่แตกต่างกัน โดยป.ตรี เป็นการเรียนเน้นสาระวิชา แต่ ป.โท เน้นเรื่องงานวิจัย ดังนั้น หากจะปรับหลักสูตรให้เป็น ป.โท ก็ควรต้องดูปรัชญาของการสร้างบัณฑิต และต้องคำนึงถึงผู้ใช้บัณฑิตด้วยว่าบัณฑิตที่ผลิตออกมาในสาขาเดียวกันมีความแตกต่างกันหรือไม่อย่างไร เพื่อให้ผู้ใช้บัณฑิตสามารถแยกแยะได้ เช่น ผู้ที่จบจากสายวิทยาศาสตร์แล้วต้องการเป็นครู ก็กำหนดให้มาเรียนหลักสูตรครุศาสตร์ต่ออีก 2 ปี เมื่อจบบัณฑิตอาจได้ปริญญา 2 ใบ คือ จากคณะวิทยาศาสตร์ และคณะครุศาสตร์ แต่ถ้าเรียนครุศาสตร์ 6 ปี ก็ได้ปริญญาใบเดียว ผู้ใช้จะได้เลือกได้ว่าจะใช้บัณฑิตแบบไหน” รองเลขาธิการ กกอ.กล่าว



นพ.กำจรกล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม หลักสูตร 6 ปี ไม่จำเป็นต้องเป็น ป.โท เสมอไป เช่น คณะเภสัชศาสตร์ แพทยศาสตร์ ล้วนเป็นหลักสูตร ป.ตรี 6 ปี เพียงแต่ข้อแตกต่างของคนเรียนป.ตรี 6 ปี, 5 ปี หรือ 4 ปี ก็คืออัตราเงินเดือน ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(ก.พ.) เทียบเคียงเงินเดือนของผู้ที่จบหลักสูตรป.ตรี 6 ปี โดยให้รับเงินเดือนระดับ ป.โท อยู่แล้ว สำหรับความคืบหน้าของกรอบ TQF ของคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์นั้น ขณะนี้ด้เห็นชอบในหลักการแล้ว แต่ยังไม่ได้ประกาศใช้ ซึ่งอยากให้สภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ และคุรุสภา ตกลงกันให้ชัดเจนว่าการผลิตครูในอนาคตมีรูปแบบอย่างไร เพื่อกรอบ TQF จะได้ปรับตามให้สอดคล้องกัน ทั้งนี้ สกอ.พร้อมทบทวน จัดเวทีเสวนา รับฟังความคิดเห็น ปรับปรุงกรอบ TQF เพื่อให้สามารถควบคุมคุณภาพครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ และนำไปใช้ได้โดยไม่เกิดปัญหา

อ้างอิงจาก ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๓

วันอังคารที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2553

การดำเนินโครงการโทรทัศน์ครู

โทรทัศน์ครู มีจุดกำเนิดครั้งแรกในประเทศอังกฤษ โดยจุดเริ่มต้นรัฐบาลอังกฤษสมัยนายกรัฐมนตรี โทนี่ แบลร์  ได้ขอให้ภาคเอกชนนำเสนอแนวคิดในการพัฒนาการศึกษา ในขณะนั้น มีเอกชนหลายรายนำเสนอแนวคิดการพัฒนาการศึกษา แต่ Andrew Bethell เป็นผู้นำเสนอแนวคิดการพัฒนาครูด้วยนวัตกรรมโทรทัศน์ครู หลังจากรัฐบาลตกลงใจให้ทำโครงการ รัฐบาลให้เวลาหนึ่งปีเตรียมการ แต่ประเด็นสำคัญของโครงการ คือ รัฐบาลอังกฤษ อยากให้มีการดำเนินโครงการมีความคล่องตัวแบบเอกชนแต่กำกับด้วยนโยบายจากรัฐ ดังนั้น จึงมีคณะกรรมการของรัฐกำหนดนโยบายให้โครงการโทรทัศน์ครูดำเนินการ  ลักษณะของการทำงานเป็นการให้บริการ มิใช่การจ้างทำของ เพราะการดำเนินการจะต้องมอบให้มีการตัดสินใจอย่างยืดหยุ่น ปรับตัวได้เร็ว

สำหรับประเทศไทย การจะทำให้เกิดโครงสร้างตามแบบอังกฤษ นับเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ยากยิ่ง เพราะโครงสร้างของสังคมไทย มีทัศนคติมองระบบและคน เชิงลบตลอด ด้วยเหตุนี้จึงมีทางออกโดยว่าจ้าง มหาวิทยาลัย ซึ่งมีอำนาจที่จะคัดเลือก/คัดสรรภาคเอกชนเข้ามาร่วมงานได้ ด้วยการใช้ระเบียบการบริการวิชาการ การบริหารจึงมีลักษณะของการเป็นการบริหารร่วมภาครัฐและเอกชน เพียงแต่พัฒนาการของการเดินทางไปสู่เป้าหมายดังกล่าว แน่นอนว่าจะต้องถูกสังคมมองแบบดูแคลนและไม่เชื่อใจ แต่สิ่งเหล่านี้ หากบริสุทธิ์ใจ ต้องสำเร็จและหากดีจริงมันต้องพิสูจน์ตัวเองได้ ดังนั้น การประชาสัมพันธ์และทำความเข้าใจกับมวลชนและสังคม จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดและต้องทำให้มากขึ้น อาจจะต้องมีการตั้งวงเสวนาและทำอย่างจริงจัง หากจะผลักดันขับเคลื่อนกระบวนการทำงานแบบรัฐร่วมเอกชน ให้มีความสร้างสรรและคล่องตัว 

วันอังคารที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2553

แผนยุทธศาสตร์โครงการโทรทัศน์ครู

โครงการพัฒนาระบบ Teacher TV : การวิเคราะห์นโยบาย เนื้อหา ออกแบบจัดทำบทรายการ พัฒนาและผลิตเผยแพร่เนื้อหาบนสื่อ ปี 2553- 255
คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ดำเนินการบริหารจัดการและพัฒนาโครงการพัฒนาระบบ Teacher TV : การวิเคราะห์นโยบาย เนื้อหา ออกแบบ จัดทำบทรายการ พัฒนาและผลิตเผยแพร่เนื้อหาบนสื่อ ภายในปีงบประมาณ 2553 – 2555 ภายใต้ วิสัยทัศน์ พันธกิจ ยุทธศาสตร์หลักและวัตถุประสงค์หลักเชิงยุทธศาสตร์ ดังนี้







วิสัยทัศน์


โทรทัศน์ครูเป็นสื่อคุณภาพที่ช่วยขยายโลกทัศน์ สร้างแรงบันดาลใจให้ครูและบุคลากรทาง การศึกษา ริเริ่มการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน การบริหาร และการนิเทศ มุ่งสู่คุณภาพผู้เรียนและสังคมไทย






พันธกิจ


1. ผลิตรายการโทรทัศน์ครูที่มีคุณภาพที่สะท้อนนโยบายการศึกษา ปัญหาการศึกษาของประเทศ และแนวทางแก้ไข


2. ส่งเสริมให้ครู บุคลากรทางการศึกษา และนิสิตนักศึกษาครู ได้พัฒนาการเรียนการสอน การบริหารและการนิเทศโดยใช้ประโยชน์จากรายการโทรทัศน์ครู


3. รวมพลังสร้างเครือข่ายครู เพื่อขับเคลื่อนวงการศึกษาไทย


4. สื่อสารและประชาสัมพันธ์ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย


5. ประกันคุณภาพภายใน



ยุทธศาสตร์หลัก


S1 ผลักดันและส่งเสริมให้ครูพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน การบริหารและการนิเทศ


S2 ส่งเสริมและสร้างการมีส่วนร่วมของกลุ่มเป้าหมายกับโครงการโทรทัศน์ครู


S3 พัฒนาระบบการผลิตรายการโทรทัศน์ครูที่มีคุณภาพ


S4 ผลักดันการเผยแพร่รายการโทรทัศน์ครูให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย


S5 พัฒนาระบบการบริหารความเสี่ยงโครงการโทรทัศน์ครู

การประชุมวิชาการนานาชาติและการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อการพัฒนาครู-EDUCA2010

               โลกยุคปัจจุบันเป็นโลกที่ไร้ขอบเขตและพรมแดนอย่างแท้จริง เพราะการติดต่อสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ททำให้ทุกอย่างสื่อสารถึงกันเพียงแค่เสี้ยงวินาทีและทันทีทันใด การเรียนรู้ด้วยการถอดบทเรียนที่ประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวมาแล้ว นับเป็นหนทางการเรียนรู้ที่รวดเร็วและมีคุณค่ามากวิธีหนึ่ง
                 การจัดกิจกรรมการประชุมวิชาการด้วยการนำบทเรียนแห่งความสำเร็จจากทั่วโลกมารวมไว้ในที่เดียวกันนั้นนับเป็นวิธีการเรียทางลัดและประหยัดที่สุด มีคุณค่าอย่างที่สุด งานประชุมวิชาการนานาชาติว่าด้วยการเรียนการสอนหรือเรียกย่อๆ ว่า EDUCA นับเป็นกิจกรรมการประชุมทางวิชาการของประเทศไทยที่ใหญ่ที่สุดงานหนึ่งและรวบรวม เรียนเชิญท่านผู้รู้และผู้เล่นโดยตรงทางการศึกษาจากประเทศที่ประสบความสำเร็จในการจัดการศึกษามาแบ่งปันประสบการณ์ในงานนี้ ได้แก่

1. “Education of the 21st Century - What Works in Education: UNESCO Studies and Views”

      Dr. Gwang-jo KIM, Director, UNESCO Bangkok, Thailand (Confirmed)
2.  “Korea’s Strategies in Education Management”

      Dr. Lee Hyun-Chong, President, Sangmyung University, Korea (Confirmed)
3. “Construction of Teacher Knowledge in Teacher Education in Finland”

      Prof. Dr. Jari Lavonen, Director, Department of Teacher Education, Faculty of Behaviourial Sciences,
      University of Helsinki, Finland (Confirmed)
4.  “Higher Education to Advance Global Competency in the 21st Century”

      Dr. Fernando M. Reimers   Ford Foundation Professor of International Education Director International
      Education Policy Program
      Harvard Graduate School of Education, Harvard University, USA (Confirmed)
5.   “Teacher Education and the Teaching Practices in Finland – How to Combine Theory and Practices?”

      Dr. Markku Pyysiainen Administrative Principal, Adjunct Professor
      Helsinki Normal Lyceum, Finland (Confirmed)
6.   “Innovative approach in Teacher Continuous Professional Development: Teachers.TV”

      Mr. Andrew Bethell, CEO, Teachers.TV, U.K (Confirmed)
7.   Dr. Chinnapat Bhumirat, Secretary-General, Office of the Basic Education Commission,  
      Ministry of Education, Thailand (Confirmed)
8.  School management and Educational Leadership

     Mrs. Julie Hoo, Principal, the Raffles Girls’ School, Singapore, The Top Independent Girls’ 
     School in Singapore (Confirmed)
9.  Schools for the 21st Century Skills - Thailand’s Present and Future

     Dr. Direk Pornsima, President, Secretariat Office of the Teachers’ Council of Thailand (Invited)
10.The Experiences in the Whole School System Reform towards schools of the 21st Century Skills –
      Finland Context

     Dr. Markku Pyysiainen, Administrative Principal, Adjunct Professor , Helsinki Normal Lyceum, Finland   
     (Confirmed)
11.Dr. Sumate Yamnoon, Secretary-General, Office of the Higher Education Commission (Confirmed)
12.The Future of Teacher Education – New Thinking, New Approaches

     Dr. Molly Lee, Coordinator, APEID and Senior Programme Specialist in Higher Education, UNESCO
     Bangkok, Thailand (Confirmed)
13.Quality in Teacher Education – How to Define and How to Achieve it?
     (Recruitment & admission, pre-services, induction and in-services)
     Prof. Dr. Jari Lavonen, Director, Department of Teacher Education, Faculty of Behaviourial Sciences,  
     University of Helsinki, Finland (Confirmed)
14.Thailand’s Teacher Education – Thai Thinking, Thai Approaches

     Assoc. Prof. Dr. Varakorn Samkoset, President, Dhurakij Pundit University and Former Deputy Minister
     of Education, Thailand (Confirmed)

*Conference fee is Baht 500 including coffee break, Thai buffet lunch, canvas bag, handout and simultaneous translation from English into Thai.

จึงขอเชิญชวนนักการศึกษา นักบริหารการศึกษา ครู อาจารย์ นิสิต นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาและผู้สนใจแวดวงการศึกษา งานนี้ไม่ควรพลาดโดยเด็ดขาด

วันเสาร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2553

โทรทัศน์ครูกับการปฏิรูปการศึกษา

การพัฒนาประเทศที่จะนำไปสู่ความมั่งคั่ง มั่นคงอย่างยั่งยืนได้ ปัจจัยที่เป็นพื้นฐานสำคัญประการหนึ่ง คือ การพัฒนาคุณภาพของประชากร เพราะคุณภาพของประชากร จะเป็นต้นทุนทางสังคมที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จและประสิทธิภาพการทำงาน แต่วิธีการจะพัฒนาคุณภาพของประชากรให้มีคุณภาพได้อย่างมั่นใจ นับเป็นสิ่งทุกประเทศพยามยามทุ่มเทสร้างสรร หาวิธีการที่จะปรับเปลี่ยนกระบวนการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงสุด



ครูเป็นหนึ่งในผู้ที่มีบทบาทสำคัญมากที่สุดในกระบวนการของการจัดการศึกษา โดยเฉพาะในเรื่องของการจัดการเรียนการสอน ดังที่ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้พระราชทานพระราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยครูปี ๒๕๒๓ มีใจความตอนหนึ่งว่า “หน้าที่ของครูนั้นเป็นหน้าที่ที่มีความสำคัญยิ่ง เพราะเป็นการปลูกฝังความรู้ ความคิดและจิตใจแก่เยาวชน เพื่อจะให้เติบโตขึ้นเป็นพลเมืองดีและมีประสิทธิภาพของประเทศชาติในกาลข้างหน้า ผู้เป็นครูจึงจัดได้ว่าเป็นผู้ที่มีบทบาทอย่างสำคัญในการสร้างสรรค์บันดาลอนาคตของชาติบ้านเมือง”


การจะส่งเสริมและพัฒนาให้ครู มีกลยุทธ์ที่ดีและเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการจัดการเรียนการสอน การบริหารการศึกษาและการแก้ปัญหาอื่นๆ ในโรงเรียนให้เกิดประสิทธิผลสูงสุดได้นั้น เป็นเรื่องที่มีความท้าทายนักการศึกษามากที่สุดและเป็นโจทย์ทางการศึกษาที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปฏิรูปการศึกษาต้องการสืบค้นหามากที่สุด


โทรทัศน์ครู (Teachers TV) เป็นนวัตกรรมการศึกษา ที่ถูกออกแบบมาเพื่อการพัฒนาวิชาชีพครูอย่างต่อเนื่อง (Continuing Professional Development) โดยมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาบูรณาการเพื่อการนำเสนอแนวปฏิบัติที่ดีด้านการเรียนการสอน การบริหารการศึกษา และการแก้ปัญหาอื่นๆ ในโรงเรียน ที่สามารถก่อให้เกิดกระบวนการแบ่งปันประสบการณ์ที่ประสบความสำเร็จแล้วที่ครูและบุคลากรทางการศึกษา สามารถเรียนรู้และนำไปปรับประยุกต์ใช้ได้ทันที การเรียนรู้ของครูและบุคลากรทางการศึกษา จะเกิดจากการสังเกตและการเกิดความคิดสร้างสรร การเกิดแรงบันดาลใจ เพื่อนำไปสู่การปรับ เปลี่ยนพฤติกรรมการปฏิบัติการทางการศึกษา ด้วยศักยภาพของสื่อโทรทัศน์ ที่เป็นสื่อที่สามารถนำเสนอเฉพาะสาระสำคัญที่ครู ควรจะเรียนรู้และเกิดแรงบันดาลใจ ประกอบกับความกว้างขวาง ครอบคลุมของสื่อโทรทัศน์ จะส่งผลให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ของครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ละจำนวนมากพร้อมกัน แต่การเรียนรู้นั้นก็ยังเป็นการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นเป็นรายบุคคล หากครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้เรียนรู้และได้ชมรายการโทรทัศน์ครูอย่างต่อเนื่อง ก็เชื่อว่า ครูและบุคลากรทางการศึกษา จะเกิดการเรียนรู้และเกิดแรงบันดาลใจ ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการจัดการเรียนรู้ การบริหารการศึกษา และการแก้ปัญหาอื่นๆ ทางการศึกษา


หากสามารถโน้มน้าว ชักชวน ชี้นำให้ครูเกิดการเรียนรู้และเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ได้อย่างน้อย ร้อยละ ๕๐ ของครูทั้งหมด หรือ ครูประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ คน เปลี่ยนพฤติกรรมการจัดการเรียนการสอนไปจากเดิม โดยมี “ตัวแบบ” (Role model) จากรายการโทรทัศน์ครูเป็นแม่แบบ ก็เชื่อได้ว่า จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาอย่างมากมายกว่าการปฏิรูปการศึกษาที่ผ่านมาได้อย่างแน่ นอน


จากการดำเนินงานของโครงการโทรทัศน์ครูระยะหกเดือนที่ผ่านมา พบว่า ครู บุคลากรทางการศึกษา นักการศึกษา ผู้ปกครองทั่วไป ต่างยอมรับในเชิงบวกว่า รายการโทรทัศน์ครู เป็นรายการที่ดีและมีประโยชน์ต่อครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างแน่นอน แต่ปัญหาสำคัญในวันนี้ คือ ทำอย่างไรจึงจะทำให้ครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้ชมรายการโทรทัศน์ครูอย่างต่อเนื่องและทั่วถึงให้มากที่สุด


การปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง จะประสบความสำเร็จเพียงใด เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่ “ครู” เพราะครูเป็นตัวตั้งต้นของคุณภาพการศึกษา และการจะพัฒนาคุณภาพครูให้เกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่องและกว้างขวางครอบคลุมได้ง่าย เร็วและประหยัด โทรทัศน์ครู นับเป็นเครื่องมือสำคัญที่น่าจะเป็นกุญแจดอกสำคัญดอกหนึ่งของการนำไปสู่ความสำเร็จของการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง.

วันเสาร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ครุโทรทัศน์ : การเรียนรู้ด้วยการสังเกต


ครุโทรทัศน์ หรือ โทรทัศน์ครู เป็นนวัตกรรมการศึกษาที่ออกแบบมาเพื่อการพัฒนาศักยภาพของครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อเปิดโอกาสให้เรียนรู้จากการแบ่งปันสิ่งที่ได้ถูกพิสูจน์แล้วว่าเป็นแนวทางการปฏิบัติที่เหมาะสม ถูกต้อง ครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่ได้รับข้อมูลจะได้รับข้อมูลที่ชัดเจน ได้เห็นตัวอย่างของการปฏิบัติ มิใช่ภาคทฤษฎี ไม่ใช่คำบรรยายแต่เป็นตัวอย่างของการปฏิบัติจริง ดังนั้น ผู้ที่จะเรียนรู้จากรายการโทรทัศน์ครู จึงเป็นการเรียนรู้ด้วยการสังเกต การทำตามแต่จะเป็นการทำตามที่มีการนำไปปรับประยุกต์ใช้ ให้เหมาะสมกับบริบทใหม่ มีการพัฒนาเพิ่มขึ้น นับเป็นย่นย่อระยะเวลาในการที่จะค้นหาคำตอบที่ถูกต้องลง ทำให้พบวิธีการปฏิบัติเพื่อการแก้ปัญหาได้รวดเร็วมากขึ้น มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
http://www.thaiteachers.tv/

วันพุธที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2553

นโยบายการผลิตรายการโทรทัศน์ครูที่ตอบสนองต่อนโยบายการปฏิรูปการศึกษา

ช่วงเดือนมกราคม ถึงเดือนสิงหาคม ๒๕๕๓ คณะกรรมการนโยบายปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (กนป.) และคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา (กขป.) ได้มีการประชุมพิจารณาเป้าหมายและตัวบ่งชี้การปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (พ.ศ.๒๕๕๓-๒๕๖๑) โครงการโทรทัศน์ครู ได้กำหนดทิศทางการผลิตรายการโทรทัศน์ครูเพื่อสนับสนุนการปฏิรูปการศึกษา ดังนี้
โครงการโทรทัศน์ครู จะค้นหาแนวปฏิบัติที่ดีด้านการสอนคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ต่อไปเพื่อหาแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่จะช่วยเพิ่มระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนให้สูงขึ้น นอกจากนั้นการส่งเสริมและนำเสนอแนวทางการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อจัดการเรียนรู้ รวมทั้งการนำเสนอตัวอย่างของการจัดกิจกรรมเพื่อฝึกทักษะการแสวงหาความรู้ด้วยตนเองของผู้เรียน นักเรียนที่มีนิสัยรักการเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ค้นหาแบบอย่างที่ดีของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการใช้แหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนให้มากขึ้น
การค้นหาแบบอย่างของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อสร้างคุณธรรม จริยธรรมและความเป็นพลเมือง การรักนวลสงวนตัว การจัดกิจกรรมที่มีประสิทธิภาพที่สะท้อนให้ผู้เรียนเกิดความตระหนักในพิษภัยของยาเสพติด กิจกรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการปฏิบัติตามหลักศาสนาที่ตนเองนับถือ แนวคิดการจัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นและสังคม
การค้นหาแบบอย่างของการปฏิบัติที่ดี ที่ส่งเสริมการพัฒนาทักษะการคิด การแก้ปัญหา ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ การคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์และการพัฒนาความสามารถในการสื่อสารของผู้เรียน

วันพฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

การบรรยายในงาน WUNCA ที่ มทส.

วันพฤหัสบดีที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๓ ระหว่างเวลา ๑๓.๕๐-๑๔.๔๐ น.อาคารเรียนรวม ๒ ห้อง ๕๒๐๖ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ผมได้มีโอกาสไปบรรยายเรื่อง Social Media กับการพัฒนาวิชาชีพครู มีผู้สนใจเข้าฟังประมาณ ๕๐ คนเห็นจะได้ครับ หากท่านใดสนใจติดตามได้ครับ

วันพฤหัสบดีที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

การเริ่มทดลองออกอากาศผ่านช่องสัญญาณดาวเทียม ช่อง ๓๖

โครงการคุรุโทรทัศน์ หรือโทรทัศน์ครู ได้เช่าช่องสัญญาณดาวเทียมไทยคม ๕ ชนิดสัญญาณ KU Band เพื่อเผยแพร่รายการโทรทัศน์ครู อย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มออกอากาศตั้งแต่วันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๓ เป็นต้นมา โดยมีวงรอบของการออกอากาศช่วงละ ๔ ชั่วโมง รวม ๔ รอบ รวม ๑๖ ชั่วโมง ขอเชิญชวนท่านผู้ประกอบการเคเบิ้ลท้องถิ่นโปรดกรุณาอนุเคราะห์ช่วยนำสัญญาณบรรจุในช่องรายการบริการของท่านด้วยครับ

วันจันทร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ความกตัญญูของศิษย์ที่มีต่อครู


พิธีไหว้ครูของนิสิตคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๓ ณ หอประชุมธำรง บัวศรี

คุรุบูรพา ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๓

วันอังคารที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

กิจกรรมการพบปะครูและประชาสัมพันธ์โครงการโทรทัศน์ครู

วันที่ ๗-๘ กรกฎาคม ๒๕๕๓ ทีมงานสร้างเครือข่ายครู จะเดินทางไปจัดกิจกรรมกับกลุ่มครูในพื้นที่เมืองพัทยา และในขณะเดียวกัน มีการจัดกิจกรรมการเผยแพร่รายการ"ครูมืออาชีพ" ในงานวันประกันคุณภาพ มหาวิทยาลัยบูรพา ณ หอประชุม ธำรงบัวศรี มหาวิทยาลัยบูรพา โดยในงานเดียวกันนี้ มีสำนักการมีส่วนร่วมของสถานีโทรทัศน์ไทย (Thai PBS) เดินทางมาจัดกิจกรรมเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับโทรทัศน์สาธารณะในโอกาสเดียวกันนี้ด้วย

วันจันทร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบโทรทัศน์ครู

การบริหารโครงการโทรทัศน์ครู นับเป็นการบริหารโครงการขนาดใหญ่ ที่มีความท้าทายต่อความสำเร็จอย่างยิ่ง การบริหารโครงการโทรทัศน์ครู จึงได้ดำเนินการพัฒนาแผนยุทธศาสตร์โครงการพัฒนาระบบโทรทัศน์ครู ปี ๒๕๕๓-๒๕๕๕ ขึ้น โดยมีการกำหนดวิสัยทัศน์ (Vision) ไว้ดังนี้
"รายการโทรทัศน์ครู เป็นสื่อที่ได้รับความนิยมและช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านการจัดการเรียนการสอนและการบริหารการศึกษา"

การขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ดังกล่าว จำเป็นต้องมีพันธกิจ ยุทธศาสตร์หลัก เป้าประสงค์และตัวดัชนีชี้วัดความสำเร็จที่ชัดเจน ซึ่งจะขอนำเสนอในวันต่อๆ ไป

วันอาทิตย์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ประเด็นที่น่าสนใจศึกษา-วิจัยกับโครงการโทรทัศน์ครู

หากท่านที่ติดตามรายการ"ครูมืออาชีพ" ของโครงการโทรทัศน์ครูอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้น จะพบว่า รายการที่นำเสนอนั้นล้วนแล้วแต่เป็นกิจกรรมการออกแบบการเรียนการสอนที่กระตุ้นแรงบันดาลใจให้ครูได้เป็นอย่างดี แต่มีข้อสังเกตต่อรายการที่นำเสนอที่สามารถนำไปสู่ประเด็นปัญหาการศึกษา วิจัยได้ ดังนี้
๑.การออกแบบการเรียนรู้ของครูทุกคนที่จัดกิจกรรมการเรียนการสอนนั้น จะมีลักษณะของการทำให้ผู้เรียนมีกิจกรรมที่มีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนการสอนอย่างแข็งขัน กระฉับกระเฉงตลอดเวลา
๒.นักเรียนจะถูกกระตุ้นให้คิด-แสดงความเห็นแลกเปลี่ยนกับเพื่อนเสมอ
๓.การเรียนการสอน จะมีชีวิตชีวามาก ไม่อ่อนล้า เนือยๆ ไม่น่าเบื่อ
๔.คุณครูจะทุ่มเทสุดชีวิตจิตใจ เต็มที่กับการจัดการเรียนรู้
๕.ครู(ต่างประเทศ)จะมีลีลา การแสดงออกมากกว่าครูไทยอย่างชัดเจน ดูแล้วรู้สึกตื่นเต้นตามไปด้วย

ประเด็นที่น่าสนใจ คือ หากมีการวิเคราะห์รายการเฉพาะกลุ่มสาระ น่าจะมองเห็นประเด็นแนวโน้มของการออกแบบการเรียนรู้ได้อย่างชัดเจนมากกว่านี้ และหากมีการกำหนดแนวคิดในการวิเคราะห์ให้อิงหลักการทางจิตวิทยาการเรียนรู้ น่าจะทำให้เกิดประโยชน์ต่อวงการศึกษาได้อย่างมีคุณค่าแน่นอน

แนะนำรายการโทรทัศน์ครูกับนิสิต

ศูนย์นวัตกรรมการบริหารและผู้นำทางการศึกษา ได้จัดกิจกรรมการแนะนำรายการโทรทัศน์ครู ให้กับนิสิตที่เรียนหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตทางการบริหาร ระหว่างเวลา 09.00-11.30 น. ณ ห้อง QS1-201 มีนิสิตให้ความสนใจเข้ารับฟังประมาณ 70 คน และในตอนท้ายชั่วโมง มีการอภิปราย ซักถามประเด็น เป็นประโยชนสำหรับการพัฒนารายการโทรทัศน์ครูเป็นอย่างยิ่ง

วันศุกร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

เวลาออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์เพื่อการศึกษา (ETV)

รายการครูมืออาชีพ ได้รับเวลาออกอากาศใหม่ทาง สถานีโทรทัศน์เพื่อการศึกษา (ETV) โดยจะเริ่มออกอากาศตั้งแต่วันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๕๓ นี้เป็นต้นไป ระหว่างเวลา ๒๐.๓๕-๒๐.๕๐ น. จึงขอเชิญชวนสมาชิกและเพื่อนครู และผู้สนใจติดตามรายการได้ตามวัน เวลาดังกล่าว หวังว่าช่วงเวลานี้จะตรงกับเวลาว่างและเวลาดีๆ ของทุกท่านมากที่สุดเวลาหนึ่ง

วันเสาร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2553

การบริหารโครงการขนาดใหญ่

การบริหารโครงการขนาดใหญ่ ดังเช่นโครงการโทรทัศน์ครู การวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ เป็นสิ่งที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยทำให้แผนการบริหารงานมีความชัดเจน มีเป้าหมายที่ชัด แต่ปัญหาใหญ่ คือ ปัญหาการสร้างความรู้ ความเข้าใจในกระบวนการทำงานที่เข้ามีความเข้าใจตรงกัน มีแนวคิดที่สอดคล้องไปด้วยกัน การประชุมเพื่อสื่อสารเป็นสิ่งที่จำเป็น นอกจากการประชุมแล้วการสื่อสารในรูปแบบอื่นก็ต้องทำตามด้วย การจัดระเบียบขั้นตอนการทำงาน การจัดระเบียบข้อมูลข่าวสาร ล้วนแล้วแต่มีส่วนสำคัญเกี่ยวพันกันไปทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2553

โทรทัศน์ครูกับโทรทัศน์การศึกษา(ETVthai.tv)

โทรทัศน์ครู(Thai Teacher TV)ได้รับความร่วมมือจากสถานีโทรทัศน์เพื่อการศึกษา สำนักบริหารการศึกษานอกโรงเรียน กระทรวงศึกษาธิการ (ETV Thai)จะนำรายการโทรทัศน์ครู "ครูมืออาชีพ" ออกอากาศทุกวัน ระหว่างเวลา 20.35-20.50 น.เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2553 นี้เป็นต้นไป โครงการโทรทัศน์ครูต้องขอขอบคุณ ท่าน ผอ.รัชดา คลี่สุนทร ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษา ไว้ ณ ที่นี้ด้วย

วันพุธที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2553

การสร้างการมีส่วนร่วมของนิสิต นักศึกษาครู

โครงการโทรทัศน์ครู จะเปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษาในคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ทั่วประเทศ ได้มีส่วนร่วมในการเสาะแสวงหา "ครูที่ประทับใจ" แล้วถ่ายทำเป็นคลิปวีดิโอ ส่งเข้ามาประกวดในโครงการโทรทัศน์ครู ทั้งนี้จะมีส่วนช่วยเฟ้นหา ครูที่มีแนวการปฎิบัติที่ดี อันจะเป็นวัตถุดิบป้อนเข้าสู่รายการโทรทัศน์ครูอีกทางหนึ่งด้วย

ประชุมประสานงานร่วมระหว่างบริษัท ปิโก้ จำกัดกับคณะกรรมการบริหารโทรทัศน์ครู

วันพุธที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๓ เวลา ๑๓.๐๐-๑๖.๐๐ น. มีการประชุมประสานงานร่วมระหว่าง คณะทำงานบริษัทฯกับคณะกรรมการบริหารโทรทัศน์ครู เกี่ยวกับการประกันคุณภาพการทำงานโทรทัศน์ครู การวางแผนการปฏิบัติงานร่วมกัน ผลการดำเนินงาน การแก้ปัญหาการส่งงวดงาน ทำให้การทำงานราบรื่นดีขึ้น

วันอาทิตย์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2553

Andrew Bethell, Teachers TV25 June, 2009





In the wake of the Digital Britain report, John McVay has reminded us that the government is committed to delivering the bulk of its services online - and that this could generate new work for the indie sector. The big question, however, is what will the government be looking for and will there be enough money to pay for it?

Currently, the vast majority of online services are provided through relatively traditional web-based and text-driven applications. But video is fast becoming the online medium of choice and Stephen Carter’s 2Mb minimum is set at that level precisely because it is perceived to be what is required to receive video streams.

The video content that is currently storming the web through BBC iPlayer, and to a large extent through YouTube, is generated by broadcast television. It costs a substantial amount of money to make. Yes, there is a variety of web-only content that matches broadcast standards technically and creatively - but it is still a very small percentage of that total video. As it stands, there simply isn’t enough funding in the system to generate the high-quality web-only video that the government is going to require if it is to deliver its public service messages.

According to Digital Britain, there will be significant spend on complex applications and platforms that will provide multimedia agencies with work. However, the questions that matter to indie producers eager to get their hands on some of that £200m are: how much will go towards high-quality video? And will it be enough to set a standard high enough to engage a public whose expectations have been firmly set by the finest broadcasting system in the world?

I suspect that the numbers will not add up. We may have a blueprint for getting the pipes to the last 30% of the population, but we still don’t know how the public service poetry that will inform and empower them will be funded.

Andrew Bethell is chief executive and creative director, Teachers TV

วันศุกร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2553

หากเปลี่ยนแปลงระบบการผลิตครูเป็น 5+1 หรือ 4+2

ในประเทศฟินแลนด์ ที่ถือว่าเป็นประเทศที่จัดการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพเป็นอันดับ ๑ ของโลก ด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และ การอ่าน ตามการประเมินของ OECD ภายใต้โครงการ PISA (http://www.oecd.org/) การผลิตครูของฟินแลนด์ แยกเป็น Class teacher และ Subject teacher นั่นคือ ครูที่สอนระดับประถมศึกษา ที่สอนได้หลายวิชาแต่ไม่ลึกซึ้งเชิงเนื้อหามากนัก กับครูที่สอนระดับมัธยมปลาย ต้องมีความรู้ที่ลึกซึ้งมากหน่อย (Quality teacher Quality education) ดังนั้น ครูที่จะผลิตจึงมีความมุ่งหวังต่างกัน ครูของฟินแลนด์จะสำเร็จการศึกษาปริญญาโททุกคน (Master of Teaching) (หากท่านใดสนใจรายละเอียด ติดตามเรื่องนี้ต่อไปในงานประชุมวิชาการนานาชาติ EDUCA 2010 ซึ่งคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กำหนดจัดระหว่างวันที่ ๑๓-๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๓ ณ ไบเทค บางนา)(www.educa-iclt.com/) จะมีวิทยากรจากกระทรวงศึกษาธฺการฟินแลนด์จะมาบรรยายด้วยและมีโปรแกรมที่น่าสนใจอีกมา รวมทั้งโทรทัศน์ครูจากประเทศอังกฤษ

หากบ้านเราประเทศไทย จะปฏิรูปการผลิตครูใหม่ ให้สำเร็จการศึกษา อย่างน้อยปริญญาโท ซึ่งปัจจุบันครูจะต้องเรียน ๕ ปี อยู่แล้ว (ซึ่งผมเชื่อว่า การเรียนแบบตั้งใจมาเป็นครู หลักสูตรออกแบบเพื่อผลิตครู จะดีกว่า) หากให้คนที่เรียนจบต่ออีก ๑ ปีเพื่อให้สอนระดับมัธยมปลาย หรือ ท่านคิดว่า จะเป็น ๔ ปี จากคณะอื่น แล้วมาต่อครูอีก ๒ ปี อย่างไหนท่านเชื่อมากกว่าครับ

การส่งมอบงานโครงการโทรทัศน์ครู งวดที่ ๒

เมื่อวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๓ รศ.ดร.มนตรี แย้มกสิกร รศ.ดร.วิชิต สุรัตน์เรืองชัย อาจารย์เอกวิทย์ โทปุรินทร์ และคณะ ได้เดินทางไปชี้แจงการปฏิบัติงานและส่งมอบงวดงานแก่คณะกรรมการตรวจรับโครงการโทรทัศน์ครู ณ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา

คุณภาพการศึกษา ต้องเริ่มที่คุณภาพครู

กระแสการปฏิรูปการศึกษาเป็นสิ่งที่ทุกคนในสังคมเรียกร้อง เพราะสภาพสังคมปัจจุบัน นับวันปัญหามีแต่จะสลับซับซ้อนเกินกว่าที่จะแก้ไขได้ในระยะเวลาอันสั้น หนทางที่จะแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน คือ การให้การศึกษาที่ถูกต้องแก่เยาวชนรุ่นใหม่ ให้รู้จักคิดวิเคราะห์ พิจารณาในสิ่งที่ควร มีวิถีคิดที่เหมาะสมกับสภาพของสังคม

ครู คือ บุคคลตั้งต้นของคุณภาพคนในสังคม เพราะครูเป็นผู้ที่ทรงอิทธิพลที่สุด รองมาจากพ่อแม่ "คุณภาพการศึกษาจะไม่ดีขึ้น หากคุณภาพครูยังด้อยคุณภาพ" สภาพปัญหาปัจจุบัน สถาบันผลิตครู มีความอ่อนแออย่างมาก เหตุเพราะระยะเวลาที่ผ่านหลายรัฐบาล ไม่เคยให้ความสนใจใยดีกับ คณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ กลับมองแบบดูแคลนด้วยซ้ำไปว่า เป็นคณะที่เอาไว้เผื่อเลือกคณะสุดท้าย ไม่รู้จะเรียนอะไร ค่อยเลือกมาเป็นครู ยิ่งไปกว่านั้น นักการศึกษา(บางคน) รัฐมนตรี (บางคน) ยังไม่เคยสนใจที่จะหันกลับมาแลดูสักนิดว่า หากปล่อยปละละเลย ไม่เคยคิดว่า หากวันหนึ่ง คณาจารย์ในคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ เกษียณอายุไปตามวัย จะคนที่ไหนเข้ามาทดแทน การสร้างคนเพื่ออนาคต ไม่เคยได้รับการสนใจ มาถึงวันนี้ มองเห็นแล้วว่า ปัญหาวิกฤตเรื่อง การขาดแคลน ครูของครู เกิดขึ้นแล้ว ความอ่อนแอของสถาบันผลิตครู ส่งผลต่อคุณภาพการผลิตครูอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กว่าจะแก้ไขปัญหานี้ได้ อาจจะช้าไป ทำไมนักการเมือง พรรคการเมืองไม่เคยจะมีความคิดที่มองการณ์ให้ไกลกว่าผลประโยชน์ เพียงเพื่อหาคะแนนเสียงระยะสั้น ไม่เห็นนักการเมืองคนไหน จะคิดแบบ รัฐบุรุษทางการศึกษาบ้างเลย

น่าดีใจว่า ขณะนี้เริ่มพอจะมองเห็นสัญญาณของการมีความหวังว่า การแก้ปัญหาครูของครู การแก้ปัญหาคุณภาพครู การแก้ปัญหาการขาดแรงจูงใจที่จะดึงดูดคนเก่งและดี มาเรียนครู พอจะมองเห็นการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบขึ้นมาบ้าง แต่จะเป็นจริงแค่ไหนยังต้องรอดูกันต่อไป

วันเสาร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2553

การตอบรับจากครูในต่างจังหวัด ภาคเหนือ

ผมได้มีโอกาส เดินทางไปเก็บข้อมูลโครงการวิจัยในภาคเหนือ ตั้งแต่จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดพิจิตร จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดอุตรดิตถ์ จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดลำปาง จากการที่ได้สัมภาษณ์ครูและผู้บริหาร พบว่า มีครูจำนวนประมาณ ร้อยละ ๑๐ เคยชมและรู้จักรายการ "ครูมืออาชีพ" นับว่าน่าดีใจที่ครูที่ชม บอกว่าเป็นรายการที่ดีและมีประโยชน์ สิ่งที่ผมคิดว่าจะดำเนินต่อไป คือ ทำอย่างไร จึงจะมีการต่อยอดของการนำวิธีการปฏิบัติที่ดีนี้สู่การวิจัยและพัฒนาต่อไปอีก จึงอย่างตั้งประเด็นตรงนี้ว่า หากมีคุณครูท่านใดสนใจจะเป็นเครือข่ายในการใช้แง่คิดจากรายการโทรทัศน์ครูนำไปสู่การวิจัยในชั้นเรียนต่อไปก็ขอเชิญพูดคุยกันได้เลยครับ

วันอาทิตย์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

การวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการใช้รายการโทรทัศน์ครู

รายการโทรทัศน์ครู นับได้ว่าเป็นสื่อที่มีคุณภาพ มีการออกแบบสาร (Message design) ไว้เป็นอย่างดี สามารถสร้างแรงบันดาลใจ จุดประกายความคิดให้กับครูได้ ดังนั้น สิ่งที่น่าสนใจและเป็นคำถามที่ท้าทายต่อนักวิจัยคือ
1. หากจัดสถานการณ์ให้ครู (จำนวนหลายคน) ได้ชมรายการนี้อย่างต่อเนื่อง จะส่งผลต่อการออกแบบการจัดการเรียนรู้ของครูเหล่านั้นอย่างไรบ้าง อาจจะทำเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพหรือการวิจัยผสานวิธีก็น่าสนใจ
2. หากจะออกแบบ รูปแบบการนำสื่อที่มีคุณภาพเหล่านี้ไปใช้ในการอบรมหรือพัฒนาคนที่จะออกไปเป็นครู หรือ พัฒนาครูประจำการ เพื่อทำให้ทักษะการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน มีคุณภาพดีขึ้น กระบวนการหรือขั้นตอน ของรูปแบบนั้น ควรจะเป็นอย่างไร
3. จากรายการโทรทัศน์ครู จำนวนหลายร้อยรายการในแต่ละกลุ่มสาระ ซึ่งแต่ละรายการนั้น คัดสรรคุณครูระดับมืออาชีพในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนมาเป็นแม่แบบทั้งนั้น หากจะนำรายการเหล่านั้นมาวิเคราะห์และสังเคราะห์หาประเด็นร่วมว่าอะไร คือ ปัจจัยที่ทำให้คุณครูเหล่านั้น ประสบความสำเร็จในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ทั้งนี้ อาจจะตามไปสัมภาษณ์คุณครูเหล่านั้นถึงแนวคิด วิถึชีวิตด้วย ก็น่าจะเป็นงานวิจัยที่น่าอ่านมาก
4. การออกแบบกิจกรรมให้คุณครูทำวิจัยในชั้นเรียน โดยการนำประเด็นความคิดที่ได้จากรายการโทรทัศน์ครู ไปออกแบบกิจกรรมการวิจัยในชั้นเรียนอย่างต่อเนื่อง เพื่อศึกษาวิธีการส่งเสริมสนับสนุนการใช้โทรทัศน์ครูให้มีประสิทธฺภาพสูงยิ่งขึ้นอีก

แนวคิดเหล่านี้ สามารถนำไปขยายเป็นงานวิจัยได้อีกมาก หากท่านใดสนใจ ผมยินดีจะเข้าร่วมทีมหรือเป็นที่ปรึกษาการวิจัยด้วยความยินดียิ่ง

วันอังคารที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

การบันทึกเทปรายการโทรทัศน์ครูของ รมช.ชัยวุฒิ

วันนี้ วันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๓.๐๐-๑๘.๐๐ น. นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้เดินทางมาบันทึกเทปรายการ "ครูมืออาชีพ" เพื่อนำออกเผยแพร่ในโครงการโทรทัศน์ครู
ขณะนี้ การดำเนินงานของโครงการโทรทัศน์ครู กำลังดำเนินการสร้างเครือข่ายครูทั่วประเทศ โดยจะต้องอาศัยความร่วมมือจาก คณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ทั่วประเทศ และจะมีการเดินทางไปพบคุณครูตามโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ นอกจากนั้น ยังจะมีการเปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษาครู เป็น "แมวมอง" ค้นหา "ครูมืออาชีพ" จากโรงเรียนต่างๆ เพื่อนำมาวิเคราะห์และนำเสนอในรายการ "ครูมืออาชีพ"

วันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

เหตุใดต้องมีรายการครูมืออาชีพ

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ ท่านที่ติดตามชมรายการโทรทัศน์ครูอย่างมากมาย ถือว่าเป็นการแจ้งเกิดของรายการที่น่าชื่นใจมาก สำหรับคนทำงานมีกำลังใจมากครับ มีคำถามจากผู้ชมถามเข้ามายังรายการ ผมในฐานะผู้อำนวยการโครงการโทรทัศน์ครู ขอตอบคำถาม ดังนี้ครับ
๑.เหตุใดต้องมีรายการครูมืออาชีพ
ต้องเรียนว่า แนวคิดการพัฒนาวิชาชีพครู นอกจากจะใช้วิธีการอบรมแบบดั้งเดิมที่นิยมกระทำกันในปัจจุบันแล้ว วิธีการให้ครูได้มีโฮกาสไปสังเกตการสอนของเพื่อนครูที่มีการปฏิบัติที่ดี อันจะทำให้เกิดแรงบันดาลใจในตัวครูขึ้นมา แต่การให้ครูไปสังเกตการสอนของเพื่อนครูคนอื่น อาจจะกระทำได้น้อยและช้า การนำเทคโนโลยีด้านโทรทัศน์เข้ามาบันทกภาพที่เป็นจุดสำคัญ ย่นย่อสถานการณ์ที่สำคัญ ชี้ประเด็นที่ชัดเจน ก้จะทำให้ย่นย่อเวลาการเรียนรู้ได้ และด้วยเสน่ห์และธรรมชาติของโทรทัศน์ จึงทำให้การติดตามชมรวดเร็วทันใจและประหยัดเวลา ดังนั้น รายการครูมืออาชีพที่เกิดขึ้น จึงมีเป้าหมายหลักที่ทำรายการขึ้นมาเพื่อการสร้างแรงบันดาลใจให้คุณครูทั่วประเทศได้เกิดปรกายความคิดในการที่จะจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อลูกศิษย์ให้มีประสิทธิภาพเกิดบรรยากาศที่เป็นการเรียนที่มีความสุขสนุกสนาน นอกจากนั้น ยังเป็นการสื่อความถึงพ่อ แม่ผู้ปกครอง กรรมการสถานศึกษา ประชาชน ได้เกิดการรับรู้ เรียนรู้ว่าอาชีพครู เป็นวิชาชีพชั้นสูง ที่ต้องอาศัยทั้งศาสตร์และศิลป์ ทำให้ทุกคนให้ความสนใจกับการประกอบวิชาชีพครูว่า เป็นวิชาชีพที่มีเกียรติ เป็นวิชาชีพที่มีบทบาทและความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศและพัฒนาคุณภาพประชากรของประเทศ

วันศุกร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2553

โครงการวิจัยในรายการโทรทัศน์ครู

รายการโทรทัศน์ครู ได้เผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์ ทีวีไทย มาตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๓ เป็นต้นมา หากท่านที่ได้รับชมอย่างต่อเนื่อง จะได้เห็นแนวคิดของการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่น่าสนใจมาก สิ่งที่พอจะสรุปได้อย่างชัดเจน คือ การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน จะเน้นเรื่อง การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่มีลักษณะของการสร้างการมีส่วนร่วมของผู้เรียนอย่างมีชีวิต ชีวามาก (Active Participation) นอกจากนั้น จะมีวิธีการที่ดีๆ ที่ไม่น่าจะจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้ เช่น การสอนเกี่ยวกับวิธีคิดให้กับเด็ก ด้วยการนำคนซึ่งดูเหมือนจะเป็นคนบ้าๆ บอๆ มาสอนเด็กเพื่อให้นักเรียนเห็นว่า การมองคนไม่ควรมอที่การแต่งกายเท่านั้น นอกจากนั้นยังสอดแทรกวิธีคิดที่เกี่ยวกับคุณธรรม จริยธรรม ได้อย่างงดงามอีกด้วย

จากประเด็นแนวคิดเหล่านี้ หากคุณครูที่ชมแล้ว มีความรู้สึกอย่างไร อยากจะทำบ้างไหม หรือ เกิดแตกความคิดที่ปรับประยุกต์ก่อให้เกิดการปฏิบัติอย่างอื่นขึ้นมาบ้างหรือไม่ ผมอยากจะเชิญชวนคุณครูที่สนใจเข้าร่วมโครงการวิจัยผลกระทบจากการรับชมรายการโทรทัศน์ครูอย่างมีคุณภาพ โดยทางโครงการจะสนับสนุนงบประมาณบางส่วนเพื่อสนับสนุนให้ท่านได้ทำวิจัยและพัฒนาการเรียนการสอนของท่านต่อ หากท่านสนใจโปรดติดต่อกลับมาที่ ผม โดยส่งจดหมายไปที่คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี ๒๐๑๓๑ ระบุชื่อผมด้วยนะครับ หวังว่าคงจะมีเพื่อนครูเข้าร่วมโครงการนะครับ

วันอังคารที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2553

วันจันทร์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2553

โทรทัศน์ครู คือ อย่างไร

โครงการ ทีวีครู คืออย่างไร?

การพัฒนาวิชาชีพครู (Teacher Professional Development) ในระยะหลายสิบปีที่ผ่านมา วิธีการหนึ่งที่เป็นที่นิยม คือ การฝึกอบรม (Training) ซึ่งเป็นวิธีการที่จัดการง่าย เร็ว เป็นระบบ แต่มีจุดอ่อนตรงที่ว่า เป็นวิธีการที่สะดวกสำหรับฝ่ายผู้จัดการ แต่ลำบากฝ่ายผู้รับการพัฒนา ประกอบกับวิธีการเรียนรู้แบบฝึกอบรมมักจะเป็นการเรียนรู้แบบกลุ่มใหญ่ หากผู้เข้ารับการอบรมขาดแรงจูงใจ มาฝึกอบรมตามใบสั่ง ก็จะยิ่งทำให้เกิดการสูญเปล่ามากยิ่งขึ้น วิธีการพัฒนาวิชาชีพครู ที่เป็นวิธีการที่นิยมกันมากในหลายประเทศ คือ การเข้าสังเกตการจัดการเรียนการสอนของครูที่เป็นแบบอย่างของการปฏิบัติที่ดี (Good practice) ด้วยวิธีการนี้จะทำให้ผู้ที่เป็นผู้สังเกต ได้เห็นทั้งหลักการที่เป็นเสมือนศาสตร์ และได้เห็นศิลปะของการนำหลักการไปใช้อย่างเป็นนรูปธรรม ทำให้เกิดแรงบันดาลใจ (Inspiration) ในการที่จะนำแบบอย่างที่ดีนั้นไปลองปฏิบัติด้วยตนเองดูบ้าง
รายการโทรทัศน์ครู เป็นสื่อมวลชนที่นำหลักการสังเกตการจัดการเรียนการสอน การบริหาร การแก้ปัญหาต่าง ๆ ทางการศึกษา มาใช้ด้วยการใช้คุณสมบัติของรายการโทรทัศน์ที่สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์บางอย่างที่เฉพาะเจาะจง นำมาร้อยเรียงให้เกิดเป็นแนวคิดหรือย่นย่อให้เห็นแนวทางการปฏิบัติที่ดีได้ในเวลาอันสั้นแต่ได้ใจความครบถ้วนเท่ากับการไปสังเกตดูด้วยตนเอง ด้วยความดีพิเศษของรายการโทรทัศน์ที่สามารถย่อเรื่องราวให้กระชับ ชัดเจนได้สาระครบถ้วน แต่ใช้เวลาสั้นเท่ากับที่บุคคลทั่วไปจะมีสมาธิเฝ้าชมรายการอยู่ได้ด้วยความตั้งใจประมาณ 15 นาที
โครงการ ทีวีครู หรือรายการโทรทัศน์ครู เป็นนวัตกรรมการศึกษาที่อยู่ในรูปของการบริการผ่านสื่อที่หลากหลาย ซึ่งรายการโทรทัศน์ได้รับการออกแบบมาเพื่อการสนับสนุนครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ปฏิบัติงานในโรงเรียน รวมไปถึงนิสิต นักศึกษาฝึกสอนของคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ทั่วประเทศ กรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครองและประชาชนทั่วไปซึ่งเป็นผู้ให้การสนับสนุนสถานศึกษาและเป็นผู้รับบริการการศึกษาด้วย
วัตถุประสงค์หลักของรายการโทรทัศน์ครู มุ่งที่จะสร้างแหล่งเรียนรู้เพื่อการพัฒนาครูไทย ด้วยการให้ครู ผู้บริหาร บุคลากรทางการศึกษา ได้เห็นตัวอย่างของการปฏิบัติการสอน การบริหาร การแก้ปัญหาอื่น ๆ ทางการศึกษาที่ดีและมีประสิทธิภาพ ทำให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาเกิดแรงบันดาลใจ นำเอาแบบอย่างของการปฏิบัติทีดีนั้นไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการจัดการเรียนการสอน การบริหารและการแก้ปัญหาภายในโรงเรียนของตนเอง
ลักษณะของการนำเสนอจะมุ่งนำเสนอเนื้อหาสาระที่เกี่ยวกับแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่ดี การบริหารโรงเรียนที่มีประสิทธิภาพ การแก้ปัญหาพฤติกรรมนักเรียนที่สามารถเป็นตัวอย่างที่ดี การแก้ปัญหาพิเศษที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียนตลอดรวมไปถึงการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องถึงวิถีชีวิตของครูและบุคลากรทางการศึกษา
ทำไมรายการโทรทัศน์ครูจึงมีประสิทธิภาพในการเปลี่ยนพฤติกรรมของครูได้ ทั้งนี้เกิดจากการผลิตรายการโทรทัศน์ครู จะใช้มาตรฐานการผลิตระดับที่มีคุณภาพสูง (Broadcast quality) โดยเฉพาะคุณภาพด้านเทคนิค นอกจากนั้นยังมีกระบวนการคัดกรองเนื้อหาสาระด้วยผู้มีประสบการณ์สูงทางการศึกษา มีการตรวจสอบ คัดกรองอย่างพิถีพิถันก่อนนำออกเผยแพร่ โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐผ่านสำนักงานคณะกรรมการการอุมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ รวม ๓ ปีงบประมาณระหว่างปีงบประมาณ ๒๕๕๓ ถึงปีงบประมาณ ๒๕๕๕ โดยมีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เป็นผู้บริหารโครงการ
แนวคิดของรายการโทรทัศน์ครู มีจุดเริ่มต้นจาก ความสำเร็จของการดำเนินงานรายการโทรทัศน์ครู ของประเทศอังกฤษ ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่เมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ โดยการให้การบริการมีทั้งการนำเสนอรายการผ่าน โทรทัศน์ทั่วไป (Free TV.) โทรทัศน์ผ่านดาวเทียม บริการผ่านเว็บไซท์ บริการผ่านโทรศัพท์มือถือ ปัจจุบันมีรายการพร้อมบริการแก่ครูและบุคลากรทางการศึกษา มากกว่า ๓,๕๐๐ รายการ การพัฒนารายการโทรทัศน์ครูของประเทศไทย นับเป็นประเทศที่ ๒ ของโลกที่นำแนวคิดดังกล่าวมาดำเนินงาน ขณะนี้กำลังมีความพยายามของประเทศสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และอื่นๆ ที่จะนำแนวคิดนี้ไปดำเนินการลักษณะเดียวกัน
พันธกิจของรายการโทรทัศน์ครู มุ่งที่จะยกระดับมาตรฐานการจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนและการแก้ปัญหาต่างๆ ภายในสถานศึกษา เป็นสำคัญ โดยเป้าหมายของการดำเนินงานจะพยายามพัฒนารายการโทรทัศน์คุณภาพสูงที่นำเสนอตัวอย่างของการจัดการเรียนการสอนที่ดีที่มีเงื่อนไขของสภาพแวดล้อมที่เป็นจริงมิใช่เป็นเงื่อนไขที่ไกลเกินฝัน หรือไกลจากชีวิตของความเป็นจริง เป็นสิ่งที่ครูและบุคลากรทางการศึกษายอมรับและนำไปเป็นแนวคิดในการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนการแก้ปัญหาของตนเองได้ โดยตัวอย่างของครูและบุคลากรทางการศึกษาที่จะนำเสนอในรายการจะมีกระบวนการคัดสรรทางวิชาการอย่างเป็นระบบ มีทั้งครูไทยและครูจากทั่วโลก ทั้งนี้ เพื่อเป็นเปิดโลกทัศน์และขยายมุมมองการจัดการเรียนการสอน แบ่งปันประสบการณ์การจัดการเรียนการสอนของครูไทยให้ทันสมัยทันทิศทางการเปลี่ยนแปลงของโลก
กลุ่มเป้าหมายหลักของรายการโทรทัศน์ครู ประกอบด้วย ครูที่ปฏิบัติการสอนอยู่ในโรงเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ คนเศษ นิสิตนักศึกษาฝึกสอนของคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ทั่วประเทศมากกว่าปีละ ๒๐,๐๐๐ คน กรรมการสถานศึกษา ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ คน ผู้บริหารโรงเรียน ประมาณ ๓๐,๐๐๐ คน ซึ่งรายการโทรทัศน์ที่ผลิตขึ้นจึงมีเป้าหมายผลิตให้ครู ผู้บริหารโรงเรียน นิสิต นักศึกษาฝึกสอน กรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง ได้ชมมากกว่าที่จะผลิตเพื่อสอนนักเรียน ดังนั้น โครงการโทรทัศน์ครูจึงแตกต่างจากรายการติวเตอร์แชนแนล (Tutor Channel) ในเชิงของวัตถุประสงค์และกลุ่มเป้าหมาย นอกจากนั้น ช่องทางการเผยแพร่รายการของรายการโทรทัศน์ครู จะเริ่มเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซท์ประมาณกลางเดือนกุมพันธ์ ๒๕๕๓ จากนั้นจะออกอากาศผ่านทางสถานีโทรทัศน์ไทย พี บี เอส ซึ่งได้รับความกรุณาและความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่ง ซึ่งจะสามารถเริ่มเผยแพร่ได้ในเดือนเมษายนนี้เป็นต้นไปทุกวัน ๆ ละ 15 นาที หลังจากนั้นจะเป็นการเผยแพร่ผ่านช่องทางสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม (Sattellite TV) ประมาณเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๓ ส่วนการเผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ทสามารถเข้ารับชมได้ที่ http://www.thaiteachers.tv/ ได้ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2553 เป็นต้นไป
ลักษณะเฉพาะของรายการโทรทัศน์ครู จะมีลักษณะของการสื่อสารเป็นแบบการสื่อสารสองทาง (Two-way Communication) กับเพื่อนครูและบุคลาการทางการศึกษา ผู้ปกครองและนิสิต นักศึกษาครูที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย โดยจะมีการสร้างสามชิกเครือข่ายครู (Teacher Associate) เพื่อเป็นการเรียนรู้ปัญหาและความต้องการของกลุ่มเป้าหมายดังกล่าว จากนั้นจะนำปัญหาและความต้องการนั้นกลับมาตอบสนองในรายการที่จะผลิตขึ้น ซึ่งในเว็บไซท์ของโครงการจะสามารถให้ครูและกลุ่มเป้าหมายสามารถรับชมรายการได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง รวมถึงหากสนใจมากเป็นพิเศษ สามารถดาวน์โหลดหรือดึงข้อมูลไปใช้ในการประชุมหรือชมเองได้ตามความต้องการ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สำหรับโรงเรียนที่ห่างไกล ไม่สะดวกในการดาวน์โหลดหรือรับชมรายการ โรงเรียนสามารถขอรับแผ่นบันทึกข้อมูลรายการได้ฟรี
ทำไมรายการโทรทัศน์ครู จึงมีความน่าสนใจและทำไมจึงทำให้ รายการโทรทัศน์ครูในประเทศอังกฤษประสบความสำเร็จ ซึ่งมีครูมากกว่าครึ่งเข้าชมรายการและดาวน์โหลดข้อมูลจำนวนมากในแต่ละเดือน เสน่ห์ของรายการโทรทัศน์ครู อยู่ตรงที่ว่า เป็นรายการที่ผลิตขึ้นด้วยคุณภาพการผลิตระดับสูงพร้อมที่จะนำไปออกอากาศได้ สถานการณ์ที่ใช้ในการถ่ายทำ เป็นสถานการณ์จริง ไม่ใช่การแสดง ถ่ายทำตามบริบทของสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติไม่มีการปรับเสริมเติมแต่ง ขนาดความยาวของรายการ ประมาณ ๑๕ นาทีต่อตอน จึงเป็นการง่ายต่อการชมเพราะไม่ต้องใช้เวลาที่ยาวนาน การนำเสนอรายการจะพยายามเน้นการเปลี่ยนแปลงนิสัย เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม รายการจะพยายามสร้างแรงบันดาลใจให้ครูเกิดแนวคิดในการที่จะนำแบบอย่างจากรายการโทร ทัศน์ครูไปปรับประยุกต์ใช้กับงานของตนเอง
เชื่อมั่นว่า รายการโทรทัศน์ครู จะเป็นนวัตกรรมการศึกษาที่เข้ามามีบทบาทต่อการพัฒนาวิชาชีพครูในประเทศไทย จะก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันอย่างกว้างขวาง และน่าจะส่งผลกระทบต่อการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
หากท่านที่สนใจต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถสอบถามและให้ข้อเสนอแนะได้ที่ ตู้ ปณ.๓ ปทฝ.มหาวิทยาลัยบูรพา อ.เมือง จ.ชลบุรี ๒๐๑๓๑

วันอังคารที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2553

โครงการรายการโทรทัศน์ครู

โครงการโทรทัศน์ครู (Teacher TV.) เป็นแหล่งเรียนรู้เพื่อครูไทย มีเป้าหมายหลัก คือ
การผลิตรายการโทรทัศน์คุณภาพสูง เพื่อนำเสนอการปฏิบัติที่ดี (Good practice) ทั้งด้าน การจัดการเรียนรู้ ด้านการบริหารการศึกษา และการแก้ปัญหาอื่นๆในระบบการศึกษา ผลกระทบ (Impact) ที่คาดหวังจะเกิดข้นคือ การสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ ชมรายการ เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ได้แนวคิดใหม่ๆหรือแนวทางบริหารจัดการ การแก้ไขปัญหาการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ความสำเร็จของโครงการโทรทัศน์ครู อยู่ที่คุณภาพของการผลิตรายการ นับตั้งแต่ การวิเคราะห์นโยบายและปัญหาความจำเป็นทางการศึกษาของประเทศ เพื่อนำไปกำหนดทิศทางของสาระ การผลิตรายการที่สะท้อนปัญหา นอกจากนั้นคุณภาพทางด้านการสื่อสาร สร้างสรรค์รายการ การถ่ายทำ การตัดต่อ เป็นหัวใจที่สำคัญยิ่งที่ต้องใช้มืออาชีพ (Professional) ในการผลิตรายการ
ปัจจัยที่ทำให้รายการโทรทัศน์ครูจะประสบความสำเร็จ ประกอบด้วย
1. การถ่ายทำจะกระทำระดับคุณภาพการออกอากาศ (Broadcast Quality)
2. ถ่ายทำจากสถานที่จริง บรรยากาศการเรียนการสอนจริง มิใช่การจัดฉาก
3. ความยาวของรายการ 7-15 นาที เป็นการสรุปประเด็นที่สั้น กระชับ จับประเด็นที่
ชัดเจน แต่ละตอนสอดคล้องกับวิถีชีวิตของครู และบุคลากรทางการศึกษาที่มีงานต้องทำมากมาย แต่มีเวลาจำกัด
4. การถ่ายทำมุ่งนำเสนอสิ่งที่สามารถเร้าใจ สร้างแรงบันดาลใจให้ครูและบุคลากร
ทางการศึกษา เห็นตัวอย่างของการปฏิบัติที่ชัดเจน เป็นไปได้ และนำไปปฏิบัติตามได้ในทันที
5. การถ่ายทำมุ่งนำเสนอ กระตุ้นเร้า ให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาเกิดการปรับเปลี่ยน
พฤติกรรม การจัดการเรียนการสอน การบริหารการศึกษา ของตนอย่างยั่งยืน
6. มุ่งนำเสนอแนวการปฏิบัติที่ดี (Good practice) ภายใต้บริบทและสภาพแวดล้อมที่
เป็นไปได้จริง เช่น การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของโรงเรียนขนดเล็ก ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล แต่มีวิธีการแก้ปัญหาที่ดี ประสบความสำเร็จ

โครงการโทรทัศน์ครู เริ่มต้นที่ประเทศอังกฤษ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2548 โดยรัฐบาล
อังกฤษ ได้ใช้รูปแบบการบริหารโครงการ แบบภาคเอกชน โดยเริ่มต้นให้บริษัทเอกชนที่มีประสบการณ์ด้านการศึกษา เสนอแนวคิดและการพัฒนาโครงการโทรทัศน์ครู โดยแต่ละบริษัทจะต้องเสนความพร้อมทั้งด้าน ความร่วมมือกับองค์กรทางวิชาการ ไม่ว่าจะเป็น สถาบันอุดมศึกษา และสมาคมวิชาชีพต่างๆ จากนั้นรัฐบาลจึงตัดสินใจเลือกบริษัท ซึ่งการทำงานจะมีลักษณะของการให้อำนาจการทำงานแบบเบ็ดเสร็จในตัว แต่มีเป้าหมายความสำเร็จ เป็นสิ่งท้าทายความสามารถของทีมงาน
กรณีของประเทศไทย โครงการโทรทัศน์ครูได้ริเริ่มโดย สำนักงานคณะกรรมการการ
อุดมศึกษา (สกอ.) มีแนวคิดจะให้มีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ และได้เรียนรู้บทเรียนจากประเทศอังกฤษ รวมทั้งนักวิชาการและนักสื่อสารมวลชนทั้งหลาย ยอมรบกันทั่วไปว่า การพัฒนาโครงการโทรทัศน์ครู จำเป็นต้องพึ่งพาประสบการณ์ ความเป็นมืออาชีพของภาคเอกชน มาร่วมงาน
สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)ได้จัดให้มีการประชุม สัมมนา กรณี
โครงการโทรทัศน์ครู อย่างน้อย 2-3 ครั้ง ทั้งเป็นทางการและไม่เป็นทางการ มีการกำหนดแนวคิดการบริหารโครงการว่า กรณีประเทศไทยนั้น จำเป็นต้องอาศัยสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งมีระเบียบว่าด้วยการบริหารวิชาการ สามารถจัดการดำเนินงานร่วมกับภาคเอกชนได้
มหาวิทยาลัยบูรพา โดยคณะศึกษาศาสตร์ ได้รับการทาบทามให้ ริเริ่มพัฒนาโครงการ
โทรทัศน์ครู เมื่อประมาณปลายเดือนตุลาคม 2552 อย่างไม่เป็นทางการ หลังจากนั้น คณะศึกษาศาสตร์จึงได้พยายาม ศึกษาแนวทางการดำเนินงาน ซึ่งต้องยอมรับว่า เป็นเรื่องใหม่สำหรับการศึกษาไทย และกรอบภาระงานมีมากมาย เทียบเท่ากับการจัดตั้งหรือบริหารสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง เพราะต้องมีการวางแผนตั้งแต่กำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ ยุทธศาสตร์ เป้าประสงค์ แผนปฏิบัติการ ฝ่ายผลิตรายการ ฝ่ายการตลาดและการประชาสัมพันธ์ ฝ่ายการสร้างเครือข่ายชุมชนครู ฝ่ายติดตามและประเมินผล ช่องทางการเผยแพร่มีทั้ง การเช่าช่องสัญญาณดาวเทียม ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อออกอากาศ การออกอากาศผ่านฟรีทีวี (ขณะนี้เป้าหมายจะออกทางทีวีไทย (Thai PBS)) การเผยแพร่ผ่านอินเตอร์เน็ต (IPTV) การสำเนาแผ่นDVDเผยแพร่แก่โรงเรียนที่ห่างไกลในชนบท การวางแผนการตลาดและการประชาสัมพันธ์
คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา จึงเริ่มต้นตั้งคณะกรรมการพิจารณาคัดสรร
บริษัทเอกชนที่จะมาพัฒนาโครงการร่วมกับคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา (ตามคำสั่ง คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ที่ 241 /2552 ลงวันที่ 11 ธันวาคม 2552)
การคัดเลือกบริษัทครั้งนี้ เป็นการดำเนินการตามระเบียบบริการวิชาการ ซึ่งคณะศึกษาศาสตร์ ก็ได้มีกระบวนการคัดเลือกบริษัทที่มีผลงานด้านการผลิตรายการ รวมถึงการมีผลงานทางด้านการทำงานด้านการศึกษามาก่อน มีหลักเกณฑ์การพิจารณา 4 ด้าน คือ
1. ประสบการณ์ในการทำการตลาดและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาโดยเฉพาะ
การสร้างเครือข่ายชุมชนครู
2. ประสบการณ์ในการผลิตรายการทางการศึกษาและการให้ความรู้ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การพัฒนาวิชาชีพครู
3. ศักยภาพในการจัดหารายการเพื่อการเผยแพร่จำนวนมากพอและหลากหลาย
4. ประสบการณ์ในการบริหารสถานีโทรทัศน์และสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ (Interactive Website) ที่เกี่ยวกับการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิชาชีพครู
การพิจารณาคัดเลือก มีบริษัทขนาดใหญ่ที่มีทุนจดทะเบียนมากกว่า100 ล้านบาทขึ้นไป
ได้รับการพิจารณา จำนวน 4 บริษัท โดยแต่ละบริษัทมีข้อมูลที่เปิดเผยทั่วไปและสามารถตรวจ สอบได้จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ผลการพิจารณาพบว่า บริษัท ปิโก้ ประเทศไทย(มหาชน) จำกัด เป็นบริษัทที่ได้รับคัดเลือก
ได้รับคะแนนสูงสุด และเป็นบริษัทที่มีผลงานทางด้านการจัดกิจกรรมทางการศึกษาในระดับชาติมาก่อน อย่างชัดเจน
คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา จึงมีหนังสือสรุปนำเสนอขออนุมัติผลการ
พิจารณาอย่างเป็นทางการ ต่ออธิการบดี (ตามหนังสือที่ ศธ 0528.09/2541 ลงวันที่ 15 ธันวาคม 2552) จากนั้น คณะศึกษาศาสตร์ จึงได้ลงนาม บันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนาโครงการโทรทัศน์ครูร่วมกันกับ บริษัท ปิโก้ (ประเทศไทย) จำกัด ดังนั้นการได้มาซึ่งของบริษัทที่มาร่วมงานครั้งนี้ จึงมีกระบวนการคัดสรรภายใต้เงื่อนไขของระเบียบบริการวิชาการ
การบริหารโครงการโทรทัศน์ครู จะเป็นการเรียนรู้การบริหารโครงการขนาดใหญ่ ที่มี
ลักษณะภาครัฐร่วมมือกับภาคเอกชน เป็นการบริหารจัดการแบบ Cost plus กล่าวคือ การบริหารโครงการภาพรวมและการกำหนดแนวคิด นโยบายด้านวิชาการคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา จะเป็นผู้กำหนดทั้งหมด ส่วนภาคปฏิบัติด้านการผลิตรายการ การดำเนินงานด้านการตลาด การประชาสัมพันธ์ การลงพื้นที่เพื่อสร้างเครือข่ายครู บริษัทจะรับเป็นผู้จัดการ (Organizer) โดยคิดเป็นค่าต้นทุน (Cost) บวกกับค่าบริหารจัดการ
คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา คาดหวังว่าการปฏิบัติงานตามโครงการโทรทัศน์ครู
ครั้งนี้ จะสร้างนวัตกรรมการพัฒนาวิชาชีพครู ด้วยรายการโทรทัศน์ครูอย่างต่อเนื่อง จะเกิดผลกระทบในวงกว้างต่อวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงการสร้างนวัตกรรมทางการบริหารโครงการแบบภาครัฐร่วมเอกชนด้วย
คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ตระหนักอย่างยิ่งถึงความโปร่งใส ตรวจสอบได้
ของการบริหารโครงการในทุกขั้นตอน พร้อมที่จะรับการตรวจสอบ และมีความสำนึกเสมอว่างบประมาณเหล่านี้เป็นเงินภาษีอากรของประชาชนชาวไทยทุกคน
การบริหารโครงการโทรทัศน์ครู คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา จะใช้อาคาร
ศาสตราจารย์ประยูร จินดาประดิษฐ์ ชั้น 6 เป็นที่ทำการ ส่วนการจัดการด้านการเงิน ได้รับความร่วมมือจากกองคลัง มหาวิทยาลัยบูรพา เป็นผู้ดูแลและจัดการระบบบัญชีควบคุมรายจ่ายทั้งหมด
โครงการโทรทัศน์ครู มีความยินดีที่จะให้ข้อมูลข่าวสาร แก่ทุกคนอย่างเต็มที่ และโปรด
เชื่อมั่นและมั่นใจ ในความบริสุทธิ์ใจของคณะทำงานทุกคน และขอเชิญร่วมเยี่ยมชมเว็บไซต์ สมัครเป็นสมาชิกรายการได้ที่ http://www.thaiteachers.tv



888888888888888888888888888888888888888

วันจันทร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ตัวอย่างรายการบางส่วนปรสบการณ์จากครูต่างประเทศสอนฟิสิกส์

video

http://www.thaiteachers.tv

Thai Teacher Television Poject เริ่มต้นแล้ววันนี้ เชิญเข้าสมัครสมาชิกได้ที่ http://www.thaiteachers.tv
video

ตัวอย่างครูสอนคณิตศาสตร์จากต่างประเทศ

ขอเชิญชวนคุณครู ผู้ปกครอง ที่พบเห็นครูสอนดี สอนเก่งเสนอมาเราจะตามไปดู

ขณะนี้ โครงการ ทีวีครู กำลังเสาะแสวงหาคุณครูที่สอนดี สอนเก่ง ในแต่ละเรื่อง แต่ละรายวิชา ทุกระดับชั้น ตั้งแต่อนุบาล จนถึงชั้น ป.๖ หากท่านใดพบและคิดว่าวิธีการสอนของคุณครูท่านนั้น น่าจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้คุณครูท่านอื่นๆ แล้วโปรดกรุณาแจ้งไปที่ ตู้ ปณ.๓ ปทฝ.มหาวิทยาลัยบูรพา อ.เมือง จ.ชลบุรี ๒๐๑๓๑ เราจะดำเนินการตามไปดูครับ แนวทางในการพิจารณาว่าคุณครูท่านนั้น น่าจะเป็นครูที่สอนดี ประกอบด้วยเกณฑ์ ขั้นต่ำ ดังนี้
๑. เป็นคุณครูที่มีแนวการสอนที่สร้างความตื่นตัวกระตือรือร้น ให้ทั้งกับตัวครูเอง ตัวนักเรียน สนใจนักเรียนเป็นรายบุคคล มีวิธีการที่แปลกใหม่ไม่ได้ใช้แต่การบรรยายอย่างเดียวแต่อาจจะมีเกม มีอุปกรณ์การสอนที่แปลกใหม่ มีการให้นักเรียนทำกิจกรรมอย่างสนุกสนาน มีชีวิตชีวา
๒. เป็นคุณครูที่สนอแบบค่อยเป็นค่อยไป ทำสิ่งที่ยากให้เข้าใจง่าย สอนไปทีละเล็ทีละน้อย ทำให้รู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วเหลือเกิน เชื่อมโยงเรื่องต่างๆ เข้าด้วยกันได้อย่างดี
๓. มีการเสริมแรงให้กำลังใจเด็กอย่างสมเหตุสมผล นักเรียนเรียนย่างมีความสุข ไม่เครียด พอใจกับวิธีการสอนของคุณครู นักเรียนได้เรียนรู้ย่างมีความสุข ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดระหว่างเพื่อน ร่วมกันเรียนรู้
๔. มีการให้ผลการทำกิจกรรมกับผู้เรียนตลอดเวลาว่าเขาทำถูกทำดี ทำไม่ถูกตรงไหน

อย่างน้อย ๔ ประการ เป็นเบื้องต้นครับ แต่ครูที่สอนเก่งๆ ก็จะมีเสน่ห์ในตนเองชัดเจน บุคลิกภาพดี หากพบ ขอความกรุณาช่วยแจ้งมาด้วยครับเพื่อช่วยกันสร้างสรรค์ สิ่งดีๆ ให้เกิดกับวงการศึกษา

วันพุธที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2553

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการเยี่ยมชมกิจการ Teachers TV ประเทศอังกฤษ




เมื่อวันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๕๓ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ พร้อมด้วย ดร.สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการ สกอ. นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน รองศาสตราจารย์ ดร.มนตรี แย้มกสิกร คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ในฐานะผู้อำนวยการโครงการโทรทัศน์ครู(ประเทศไทย) ได้เยี่ยมชมการดำเนินงาน Teachers TV ของประเทศอังกฤษ

รับสมัครครู/ผู้บริหาร/บุคลากรทางการศึกษาร่วมทำงานโครงการทีวีครู

รับสมัครครู/ผู้บริหารการศึกษา/บุคลากรทางการศึกษา ที่มีไฟ มีศักยภาพในการบริหารจัดการ มีความสามารถในการเขียน ประสานงานอย่างคล่องตัว มีอายุไม่เกิน 40 ปี สำเร็จการศึกษาอย่างน้อยปริญญาโททางการศึกษา และมีประสบการณ์การเป็นครูหรือผู้บริหาร พร้อมที่จะทำงานหนักได้ สนใจส่งประวัติสมัครได้ที่ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ชลบุรี 20131

การขอรับแผ่นซีดีรอม-รายการโทรทัศน์ครู

คุณครู ผู้บริหารการศึกษา และบุคลากรทางการศึกษท่านใดที่ต้องการแผ่นบันทึกตัวอย่างรายการโทรทัศน์ครู สามารถติดต่อขอรับได้ที่ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ชลบุรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายครับ

Thai Teacher TV.

สถานีโทรทัศน์ครู (Teacher TV) เป็นโครงการที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ได้มอบหมายให้คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เป็นผู้บริหารโครงการ มีระยะเวลาดำเนินงาน เป็นเวลา ๓ ปี ซึ่งขณะนี้คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ได้เร่งดำเนินงานตามแผนงานร่วมกับคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ทั่วประเทศ ผ่านช่องทางสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย

รายการโทรทัศน์ครู จะมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอ/แบ่งปัน วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน การบริหาร การแก้ปัญหาทางการศึกษาที่ดี แก่ครู ผุ้บริหารการศึกษา และบุคลากรทางการศึกษา โดยจะครอบคลุมทุกบทบาทของนักการศึกษา ครอบคลุมทุกกลุ่มสาระของการเรียนการสอนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ลักษณะการเรียนรู้ จะใช้เวลาไม่เกิน ๑๕ นาที ซึ่งสอดคล้องกับธรรมชาติการเรียนรู้ของคนทั่วไป

ธรรมชาติของรายการที่ผลิตขึ้น จะมีความธรรมชาติ ไม่ใช่การแสดง นำเสนอกลยุทธ์ที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้ครูเพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของตนเองได้

การเผยแพร่จะมีหลากหลายช่องทาง นับตั้งแต่ การนำเสนอผ่านสถานีโทรทัศน์ฟรี ทีวี โทรทัศน์ผ่านดาวเทียม อินเทอร์เน็ท แผ่นซีดีรอม นอกจากนั้นจะต้องมีการสร้างการมีส่วนร่วมของครูในทุกภูมิภาคด้วย ทั้งนี้ คาดว่าจะเริ่มออกอากาศเผยแพร่ได้ตั้งแต่เดือนเมษายน ๒๕๕๓ นี้เป็นต้นไป หากท่านที่สนใจต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้โดยตรงที่ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ชลบุรี

วันอังคารที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2553

คณะกรรมการวิชาการเพื่อคัดเลือกรายการโทรทัศน์ครู กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์

คณะกรรมการวิชาการเพื่อคัดเลือกรายการโทรทัศน์ครู กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์
Thai Teacher TV. โดย สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ
รอบที่ 1 (มกราคม 2553)

1. ดร.เชษฐ์ ศิริสวัสดิ์ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาบูรพา
2. ดร.จันทร์พร พรหมมาศ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาบูรพา
3. ดร. สุรีย์พร แก้วเมืองมูล คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยานเรศวร
4. ดร.อารยา ปาละโชติ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาราชภัฎสวนสุนันทา
5. ดร.สุมาลี ไวยโรจน์ คณะสังคมศาสตร์และมนุษย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
6. ดร.ศิริพร มโนพิเชฐวัฒนา โรงเรียนสตรีสมุทรปราการ

ผู้ประสานงาน ดร.เชษฐ์ ศิริสวัสดิ์ Tel 038 102006 , 081 4718175

วันศุกร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2553

The Collaboration in Teachers Education and Training

Program of the Official Visit of Thailand’s Deputy Minister of Education
To Sweden, Finland and the United Kingdom
For the Collaboration in Teachers Education and Training

Official Delegation

Mr. Chaiwuti Bannawat, Deputy Minister of Education, Thailand
12-14 executive members from the Ministry of Education, Thailand
Assoc. Prof. Montree Yamkasikorn, Dean Faculty of Education Burapha University

Objectives

1) To form and strengthen the collaboration and network in teacher education and training with Sweden, Finland and the United Kingdom focused on mathematics, science, and vocational teachers.

2) To sign a memorandum of understanding in teacher exchange, teacher education and training for both pre-services and in services teachers.

3) To visit Teachers.TV in the United Kingdom to exchange the knowledge on the concept, key success factors, proven research on the effectiveness and production of teachers.tv for teachers professional development.

Activities

1)Meeting and technical visit to the University of Stockholm

2) Meeting and technical visit to Ministry of Education and Science, Finland, University of Helsinki, University of Jyvaskyla, the Viikki Teachers Training school (PISA school), National Science Education Center (LUMA Center), the Vantaa Vocational College Varia.

3) Meeting and technical visit to Teachers.tv, U.K and Department for Business, Innovation
and Skills

Agenda

Sunday 17 January 2010

21.00 hrs. The Deputy Minister of Education, executive member from the Ministry of Education is received and prepared for the departure at Suvannabhum airport.



Monday 18 January 2010

01.10 hrs. Leave for Stockholm by TG960

07.00 hrs. Arrive Stockholm.
• The Deputy Minister and his delegation will be received at the
airplane by the Ambassador and the First Secretary. The Embassy’s vehicle will be provided to the Deputy Minister.
• The Ambassador will host breakfast for the delegation at his residence
(30 minutes from the airport)

11.00 hrs. Visit and meet the University of Stockholm (Confirmed)
Program:
University executives will receive and present on Sweden Education and
teachers training (pre-services and in-services) and further discuss on possible future collaboration.
• Prof. Kare Bremer, Vice-Chancellor
• Prof. Lena Gerholm, Pro-Vice Chancellor
• Prof. Ann-Caroline Nordstrom, Director
• Chairman of the Board of Teacher Education
• Prof. Anders Gustavsson, Vice Rector
• Ms. Ulla Hammarstrand and Ms. Kristina Oberg, Teacher Education
Office

12.00 hrs. Lunch hosted by the University of Stockholm Faculty Club, Bloms hus

15.00 hrs. Leave for Helsinki by Silja line

Tuesday 19 January 2010

09.55 hrs. Arrive Helsinki by Silja line

10.45 hrs. Visit and meet with one the renowned PISA participating school
“The Viikki Teacher Training School” (Confirmed)
Program:
10.45 hrs Presentation on Vikkki Teahcer Training school, its roles &
mandates, useful flagship in the PISA program
Prof. Jyrki Loima, Principal
11.15 hrs. Discussion including Q&A
11.45 – 12.15 hrs. Tour of the school

12.30 hrs. Lunch

13.00 hrs. Courtesy visit to the Ministry of Education and Science (Confirmed)
The Deputy Minister and his delegation will be received by State Secretary,
Heljä Misukka

14.30 hrs. Visit and Meet with the National Science Education Center (LUMA), Faculty of Science University of Helsinki (Confirmed)
Program:
14.30 hrs. Presentation on LUMA center by Prof. Dr. Maija Aksela, Director of
LUMA Center
15.00 hrs. Presentation on Mathematics education by Director, Juha Oikkonen
from Summamutikka mathematics centre (one of the resource
centre of the LUMA)
15.30 hrs. Tour of the Center
16.15 hrs. Questions & Discussion

18.00 hrs. Check in at the Sokos Presidentti Hotel

19.00 hrs. Dinner

Wednesday 20 January 2010

07.50 hrs. Leave Helsinki for Jyvaskyla by coach

11.00 hrs. Arrive Jyvaskyla

12.00 hrs. Lunch at the restaurant of the University of Jyvaskyla hosted by Dr. Kari
Pitkanen, Director of Education and Dr. Helena Rasku-Puttonen, Vice Rector,
Education Development

13.00 hrs. Technical visit and meeting with the University of Jyvaskyla (confirmed)
13.00 – 13.30 hrs. Meeting and Discussion with Dr. Aino Sallinen, Rector
13.30 – 15.30 hrs. Academic meeting
• Dean Faculty of Education
• Dean Faculty of Mathematics and Science
• Mathematics and Science teacher education
(Organized by Ms. Elise Heimovaara, Department of Teacher Education,
University of Helsinki)

16.00 hrs. Leave Jyvaskyla for Helsinki by coach

20.00 hrs. Arrive Helsinki and having dinner

Thursday 21 January 2010

09.00 hrs. Technical visit and meeting with the University of Helsinki (Confirmed)
Program:
09.00 hrs. Courtesy visit to the Rector, Prof. Thomas Wilhelmsson
OR Welcoming words by the Rector, Prof. Thomas Wilhelmsson or
his representative
09.10 hrs. Presentation on Finland education and teacher education by Prof.
Dr. Jari Lavonen,
09.40 hrs. Discussion on possible future collaboration in education by Prof.
Dr. jari lavonen and one Thai PhD. Student, Ms. Pavinee
Sotyayapetch
10.10 hrs. Leave for the Ministry of Education and Science

10.30 hrs. Visit and Meet with the Vantaa Vocational College (Confirmed)
Program:
10.30 hrs. Welcoming words and refreshment by Principal Mr. Pekka
Tauriainen
10.45 hrs. Presentation of Vantaa Vocational College Varia and its role in
Vantaa by Mr. Juha-Ville Makinen
11.15 hrs. Tour in school’s workshops
11.45 hrs. Questions and Discussion

12.00 hrs. Lunch

14.00 hrs. Leave for London by Finnair AY839

17.00 hrs. Arrive London

18.00 hrs. Check in at the Lancaster London Hotel

Friday 22 January 2010

10.00 hrs. Technical visit and meeting with Teachers.TV on the concept, production,
research on the effectiveness towards teachers education and profession, key
success factors. (Confirmed)
• Mr. Andrew Bethel, CEO, Teachers.TV
• Teachers.TV executive members

12.00 hrs. Lunch

14.00 hrs. Courtesy visit to the Department for Business, Innovation and Skills
(To be confirmed)

19.00 hrs. Dinner


Saturday 23 January 2010

Excursion and free time

21.30 hrs. Leave London for Thailand by TG 917

Sunday 24 January 2010

15.05 hrs. Arrive Suvannabhum airport

Name List of the Delegation
Deputy Minister of Education Official Visit to Sweden, Finland and the United Kingdom
17-24 January 2010
-------------------
1. Mr. Chaiwuti Bannawat Deputy Minister of Education
2. Mr. Sumate Yamnoon Secretary General,
Office of the Higher Education Commission
3. Assoc.Prof.Dr.Montree Yamkasikorn Dean, Faculty of Education, Burapha University
/ Director of Thai Teacher TV.
4. Mr. Chaipreuk Sereerak Deputy Secretary General,
Office of the Basic Education Commission
5. Mr. Bandit Sributtangur Inspector-General, Office of the Permanent Secretary
6. Mrs. Benjalug Namfa Director of Bureau of Academic Affairs and
Educational Standards
7. Mr. Somsak Chotrathanasiri Advisor to the Deputy Director of Budget Bureau
8. Mr. Yuthin Charoenpakdi Budget Analyst
9. Assoc. Prof. Montree Yamkasikorn Dean, Faculty of Education, Burapha University
10. Miss Nitaya Nirasrop Education Officer
11. Mr. Somsong Ngamwong External Relations Officer

วันพุธที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2553

การเดินทางไปเยียมที วี ครู ณ ประเทศอังกฤษ

วันนี้ วันที่ 21 มกราคม 2553 เวลา 00.15 น. ผมเดินทางไปเยี่ยม ที วี ครู ณ ประเทศอังกฤษ และจะเดินทางกลับในวันที่ 24 มกราคม 2553 เชื่อว่า จะทำให้ได้รับประสบการณ์และแนวคิดในการดำเนินงานโครงการโทรทัศน์ครูของประเทศไทยบ้างตามสมควร